⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12696/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12696/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีหลัง และจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน ศาลจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีหลังได้ โดยไม่จำกัดว่าคดีก่อนและคดีหลังจะต้องเป็นคำพิพากษาของศาลเดียวกัน

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัตว่า "เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลัง ... บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง ..." จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิได้มีข้อบังคับว่าโทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้กับโทษในคดีหลังจะต้องเป็นโทษจากคำพิพากษาของศาลเดียวกัน แม้โทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้จะเป็นโทษตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง บทบัญญัติมาตราดังกล่าวก็มิได้มีข้อห้ามมิให้นำโทษที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษในคดีหลัง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษจำคุกในคดีหลังนี้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91 และให้บวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 5072/2545 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 91 ด้วย) ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี 8 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 12 เดือน รวมสองกระทงจำคุก 1 ปี 16 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้เป็นจำคุก 1 ปี 19 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า การนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะศาลที่พิพากษาเป็นคนละศาลกัน ทั้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับศาลอาญามีจุดมุ่งหมายในการลงโทษแตกต่างกัน เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลัง...บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง..." จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิได้มีข้อบังคับว่าโทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้กับโทษในคดีหลังจะต้องเป็นโทษจากคำพิพากษาของศาลเดียวกัน แม้โทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้จะเป็นโทษตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง บทบัญญัติมาตราดังกล่าวก็มิได้มีข้อห้ามมิให้นำโทษที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษในคดีหลัง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษจำคุกในคดีหลังนี้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน 20 วัน เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 14 เดือน 20 วัน และเมื่อบวกโทษจำคุก 3 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 5072/2545 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 17 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12696/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนฤปเวศน์หรือเวศ หาญสุนทร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายนฤปเวศน์หรือเวศ หาญสุนทร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · ปดารณี ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายณัฐวัฒน์ ใบบัว · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ สนามชวด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6988/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 16243/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1142/2565ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3555/2547ฎีกา 2841/2555ฎีกา 124/2547ฎีกา 4105/2541ฎีกา 7878/2538ฎีกา 5632/2551ฎีกา 15227/2553ฎีกา 15397/2553ฎีกา 6553/2547ฎีกา 52/2471ฎีกา 5054/2549ฎีกา 199/2547ฎีกา 6810/2539ฎีกา 4970/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา