⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1450/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1450/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาจนคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์แล้ว การสั่งให้แก้ไขฟ้องหรือยกฟ้องตามมาตรา 161 วรรคหนึ่ง ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติได้.

ย่อคำพิพากษา

คำขอท้ายฟ้องโจทก์เป็นเอกสารที่ถ่ายสำเนาจึงเป็นคำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ผู้เรียงและผู้พิมพ์ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) หากศาลชั้นต้นตรวจพบข้อผิดพลาดดังกล่าวก็จะใช้อำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา 161 สั่งให้โจทก์แก้ไขฟ้องให้ถูกต้องหรือยกฟ้อง หรือไม่ประทับฟ้องได้ แต่ถ้าศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาจนคดีขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้ว การที่จะสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องหรือไม่ประทับฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ย่อมล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติได้เพราะศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาจนเสร็จสิ้นแล้ว การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาพิพากษาคดีจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจพิจารณาฟ้องของโจทก์ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษในข้อหาเดียวกัน โดยอ้างว่าผู้ตายมีส่วนประมาทด้วย จำเลยยื่นคำร้องขอให้รวมการพิจารณาคดีนี้กับคดีพนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีเป็นโจทก์ ต่อมาจำเลยขอถอนคำร้องดังกล่าว แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยเรียกนางป่วน ว่า โจทก์ที่ 1 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีว่า โจทก์ที่ 2 และจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถประมาทตามฟ้องจริงแต่ผู้ตายก็มีส่วนประมาทด้วย ศาลชั้นต้นจึงให้นัดสืบพยานโจทก์ทั้งสองและพยานจำเลย เมื่อถึงวันสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้แยกสำนวนคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีเป็นโจทก์ออกจากคดีนี้ และมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวไปแล้ว สิทธิของโจทก์ในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการรวมพิจารณา คำสั่งงดสืบพยานและคำสั่งให้จำหน่ายคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำขอท้ายฟ้องโจทก์เป็นเอกสารที่ถ่ายสำเนา จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ผู้เรียงและผู้พิมพ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) หากศาลชั้นต้นตรวจพบข้อผิดพลาดดังกล่าวก็จะใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 สั่งให้โจทก์แก้ไขฟ้องให้ถูกต้องหรือยกฟ้อง หรือไม่ประทับฟ้องได้ แต่ถ้าศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาจนคดีขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้ว การที่จะสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องหรือไม่ประทับฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ย่อมล่วงเลยเวลาจะปฏิบัติได้เพราะศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาจนเสร็จสิ้นแล้ว การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาพิพากษาคดีฟ้องโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจพิจารณาฟ้องของโจทก์ได้ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์" พิพากษายกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1450/2553 นางป่วน เยื่อทองเทศ โจทก์ นายไพฑูรย์ พัวเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางป่วน เยื่อทองเทศ · จำเลย - นายไพฑูรย์ พัวเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพัฒน์ บุญยุบล · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · วิรุฬห์ แสงเทียน
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ