⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15491/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15491/2553

ป.อาญา ม.288, 289, 334 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำหลายอย่างซึ่งแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลย่อมลงโทษจำเลยทั้งสามในการกระทำตามที่ทางพิจารณาได้ความก็ได้ แม้ศาลอุทธรณ์ลงโทษเพียงกระทงเดียวในความผิดฐานฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ศาลฎีกาก็ยังมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานอื่นที่ได้ความว่าได้กระทำขึ้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย โดยใช้อาวุธตีประทุษร้ายผู้ตาย โดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หากทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันฆ่าผู้ตาย และร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไป ถือได้ว่าความผิดตามฟ้องรวมการกระทำหลายอย่างซึ่งแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลย่อมลงโทษจำเลยทั้งสามในการกระทำตามที่ทางพิจารณาได้ความก็ได้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันฆ่าผู้ตายและร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย แต่ให้ลงโทษเพียงกระทงเดียวในความผิดฐานฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นบทหนักที่สุด แม้โจทก์ไม่ฎีกา ก็มิได้หมายความว่าความผิดฐานลักทรัพย์ยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตาย แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 90, 289, 340 ริบของกลาง และให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กมท ลำพูน 391 เป็นเงินจำนวน 37,000 บาท ให้แก่ทายาทผู้ตาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคสอง, 340 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษประหารชีวิต ริบของกลาง และให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงินจำนวน 37,000 บาท แก่ผู้เสียหาย (ที่ถูก ทายาทผู้ตาย) ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2และที่ 3 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต ข้อหาอื่นให้ยก ยกคำขอที่ให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงินจำนวน 37,000 บาท แก่ทายาทผู้ตายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้ตายโดยใช้อาวุธตีประทุษร้ายผู้ตายโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หากทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันฆ่าผู้ตาย และร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไป ถือได้ว่าความผิดตามฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง คือการฆ่าผู้อื่นและลักทรัพย์ ซึ่งแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลย่อมลงโทษจำเลยทั้งสามในการกระทำตามที่ทางพิจารณาได้ความก็ได้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสามคนร่วมกันฆ่าผู้ตายและร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย แต่ให้ลงโทษจำเลยทั้งสามเพียงกระทงเดียวในความผิดฐานฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นบทหนักที่สุด โดยอ้างว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสามเพียงกรรมเดียว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย แต่เมื่อโจทก์มิได้ฎีกา จำเลยทั้งสามฎีกาว่า จำเลยทั้งสามมิได้กระทำผิด ขอให้ยกฟ้อง ก็มิได้หมายความว่าความผิดฐานลักทรัพย์ได้ยุติไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตาย แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ให้จำคุก 20 ปี จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 7 ปีให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันคืนรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กมท ลำพูน 391 หรือใช้ราคารถจักรยานยนต์เป็นเงิน 37,000 บาท แก่ทายาทผู้ตาย ข้อหาและคำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15491/2553 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายมานพ จุมปู กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายมานพ จุมปู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · วรพจน์ วิไลชนม์ · อนันต์ ชุมวิสูตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายอนันต์ ปักษี · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางมัทรี อุชชิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6852/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484ฎีกา 960/2559ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1141/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา