⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2126/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากการละเมิดมีโทษตามกฎหมายอาญา และอายุความทางอาญายาวกว่าอายุความทางแพ่ง ให้ใช้อายุความทางอาญาบังคับ แต่เฉพาะการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง ได้บัญญัติในกรณีที่การละเมิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่าใช้บังคับ ซึ่งหมายความว่า หากความเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดขึ้นมีความผิดที่มีโทษตาม ป.อ. ที่เกิดขึ้นด้วย ก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า แต่ก็หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดโดยเฉพาะ ไม่หมายความรวมถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบห้าร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 724,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 527,000 บาท นับแต่ถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 13 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 13 ออกเสียจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับในส่วนของค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ทั้งสองได้รับการยกเว้นให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157 โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ขาดอายุความแล้วหรือไม่ โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองแจ้งความให้ดำเนินคดีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจอำเภอกบินทร์บุรีซึ่งหมายถึงจำเลยที่ 2 ถึงที่ 12 ที่ 14 เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติเรื่องอายุความในมูลละเมิดไว้ว่า "สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน" ส่วนวรรคสองได้บัญญัติในกรณีที่การละเมิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่า ก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่าใช้บังคับ ซึ่งหมายความว่าหากความเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดขึ้นมีความผิดที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกิดขึ้นด้วยก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า แต่ก็หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำความผิดโดยเฉพาะ ไม่หมายความรวมถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย คดีนี้จำเลยที่ 1 มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองโดยตรง แต่ต้องถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดโดยผลของกฎหมาย จึงต้องใช้อายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หาใช่นับตั้งแต่คดีอาญาของนายอุดมถึงที่สุดดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดให้นับอายุความไว้เช่นนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ โจทก์ทั้งสองมีหน้าที่นำสืบว่า คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความ แต่โจทก์ทั้งสองมิได้นำสืบว่า นับจากวันที่โจทก์ทั้งสองรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจนถึงวันฟ้องคดี คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใด กลับปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 26 และ 23 กันยายน 2540 ว่า เชื่อว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 15 เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงเด็กชายฉัตรชัย จนถึงแก่ความตาย ทั้งฎีกาของโจทก์ทั้งสองก็ไม่ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองที่วินิจฉัยว่า วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน คือวันที่ 24 กันยายน 2540 อันเป็นวันเกิดการละเมิดนั้นไม่ถูกต้องอย่างไรเมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในวันที่ 2 มกราคม 2546 ข้อเท็จจริงจึงยังฟังมิได้ว่า โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่เกินหนึ่งปีนับถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดี ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้ออื่นก็ไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2553 นายประสิทธิ์ นวลสนิท กับพวก โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ นวลสนิท กับพวก · จำเลย - สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ · สมควร วิเชียรวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2499/2524ฎีกา 7231/2538ฎีกา 3763/2532ฎีกา 2562/2522ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 142/2535ฎีกา 282/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา