⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 441/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำเบิกความของพยานที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดอาญา โดยพยานไม่ได้รู้เห็นด้วยตนเอง แต่ได้ยินมาจากบุคคลที่สาม และบุคคลที่สามนั้นไม่ได้มาเบิกความต่อศาล ถือเป็นพยานบอกเล่าที่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ

ย่อคำพิพากษา

พยานโจทก์ทั้งสองมิได้เห็นจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับเพราะจุดที่พยานทั้งสองซุ่มอยู่นั้นห่างจากที่เกิดเหตุมาก ดังนั้น ที่พยานเบิกความว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับนั้นจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยได้รับการบอกเล่าจากสายลับซึ่งสายลับก็มิได้มาเบิกความในศาล ลำพังแต่เพียงคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยนั้นจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 1 ปี และปรับ 12,000 บาท คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 8,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี โดยไปรายงานตัวมีกำหนด 4 ครั้ง ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 12 ชั่งโมง ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 (ที่ถูก มาตรา 56) ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 4 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุก 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้และยึดเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด กับธนบัตร 120 บาท เป็นของกลาง ปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีสิบตำรวจตรีอติคุณ เบิกความว่า แผนการจับกุมได้มีการแบ่งกำลังเจ้าพนักงานตำรวจออกเป็น 2 ชุด พยานอยู่ในชุดแรกเป็นผู้มีหน้าที่ปล่อยสายลับโดยพยานไปซุ่มอยู่ที่ริมคลองห่างจากบ้านของจำเลยประมาณ 100 เมตร ส่วนอีกชุดหนึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการจับกุมและตรวจค้นรออยู่ที่ปากทางเข้าบ้านจำเลย ห่างจากบ้านจำเลยประมาณ 200 เมตร พยานไม่ได้ติดตามสายลับไปเพียงแต่ซุ่มดูอยู่ห่างบ้านจำเลยมองไม่เห็นกัน สายลับหายเข้าไปบ้านจำเลยประมาณ 5 นาที ก็นำเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด มามอบให้พยานแจ้งว่าซื้อจากจำเลยในราคา 120 บาท พยานจึงแจ้งทางวิทยุสื่อสารให้กำลังเจ้าพนักงานตำรวจอีกชุดหนึ่งเข้าจับกุมจำเลย ส่วนจ่าสิบตำรวจพิชัย เบิกความว่า พยานประจำอยู่ที่จุดห่างบ้านจำเลยประมาณ 200 เมตร เมื่อได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารจากสิบตำรวจตรีอติคุณว่าสายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้แล้ว พยานก็เข้าจับกุมจำเลย เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากมิได้เห็นจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ เพราะจุดที่พยานทั้งสองซุ่มอยู่นั้นห่างจากที่เกิดเหตุมากดังนั้น ที่พยานเบิกความว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับนั้นจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยได้รับการบอกเล่าจากสายลับซึ่งสายลับก็มิได้มาเบิกความในศาลลำพังแต่เพียงคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยนั้นจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ปรากฏจากฎีกาของจำเลยว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นชอบด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทุกประการ ขอให้ศาลฎีกากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 โดยพิพากษากลับให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยจึงเป็นการยอมรับในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองจำนวน 1 เม็ด ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพียง 1 เม็ด เนื่องจากน้ำหนักไม่เข้าข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ประกอบกับพยานหลักฐานที่ได้เบิกความไปแล้วก็ไม่มีหลักฐานแสดงยืนยันว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยจึงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเท่านั้นฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2553 พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายแดนสวง โพธิ์เพชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายแดนสวง โพธิ์เพชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ อเนกพุฒิ · ศิริชัย จิระบุญศรี · พิศาล อัยยะวรากูล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ