⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6853/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6853/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท คู่ความต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และการบังคับผู้ร้องซึ่งเป็นบริวารของจำเลยในชั้นบังคับคดีก็ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าและบริวารออกจากอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาเช่าที่ดินพิพาทซึ่งมีค่าเช่าปีละ 30,000 บาท หรือเดือนละ 2,500 บาท อันเป็นการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท คู่ความในคดีฟ้องขับไล่เดิมจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง เมื่อคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับผู้ร้องซึ่งเป็นบริวารของจำเลยผู้ถูกฟ้องขับไล่ในชั้นบังคับคดีอันเป็นสาขาของคดีเดิมจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2547 ให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 13628 ตำบลโพธิ์กลาง (หัวทะเล) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา และห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาทดังกล่าวของโจทก์อีกต่อไป และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โจทก์ขอบังคับคดี ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี ต่อมาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2547 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดประกาศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนด 8 วัน นับแต่วันปิดประกาศ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 1 เพราะผู้ร้องกับโจทก์ได้ตกลงกันให้ผู้ร้องอยู่ในที่ดินตามฟ้องได้เป็นเวลา 15 ปี นับแต่ปี 2542 ครบสัญญาปี 2557 โดยโจทก์ให้ผู้ร้องสร้างบ้านเลขที่ 89 - 91 ถนนท้าวสุระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ราคาเป็นล้านบาทลงในที่ดินตามฟ้องแล้วโจทก์ได้ตกลงรับมอบบ้านดังกล่าวไปจากผู้ร้อง เป็นการตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า โดยผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าเช่า รายละเอียดปรากฏตามบันทึกภาพถ่ายโฉนด และภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนเอกสารท้ายคำร้อง ขอให้สั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการบังคับคดีแก่ผู้ร้องด้วย (ที่ถูกขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องมิใช่บริวารของจำเลยที่ 1) โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยที่ 1 ผู้ร้องไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาท ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอเซียบัสบอดี้ราชสีมา ผู้ร้อง ไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ ให้คืนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมศาลชั้นต้นและค่าฤชาธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า มีปัญหามาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเพียงว่า คดีโจทก์ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินพิพาทอาจให้เช่าได้เกินกว่าเดือนละ 4,000 บาท และขณะฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวาร โจทก์ทราบว่าผู้ร้องนำที่ดินพิพาทไปให้บุคคลภายนอกเช่าได้ค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง ได้บัญญัติหลักเกณฑ์กรณีต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งแยกได้เป็น 2 กรณี คือ ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท และฟ้องขับไล่บุคคลอื่นนอกจากผู้เช่า เช่น ผู้อาศัยหรือผู้ละเมิดออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท คดีเดิมเป็นคดีที่โจทก์ผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ผู้เช่า และบริวารออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ในอัตราค่าเช่าปีละ 30,000 บาท หรือเดือนละ 2,500 บาท ตามสัญญาเช่าที่ดินเอกสารหมาย จ. 4 เป็นการฟ้องขับไล่ผู้เช่าซึ่งกำหนดค่าเช่าไว้ชัดแจ้ง เมื่อค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 4,000 บาทคู่ความในคดีดังกล่าวจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง เมื่อคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับผู้ร้องซึ่งเป็นบริวารของจำเลยที่ 1 ผู้ถูกฟ้องขับไล่ ในชั้นบังคับคดีอันเป็นสาขาของคดีเดิม จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามมาตรา 224 วรรคสอง เช่นกัน ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6853/2553 นายสุดใจ ทูเกาะ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอเซียบัสบอดี้ ราชสีมา ผู้ร้อง นายอภิรัตน์ งามวิวัฒน์อนันต์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุดใจ ทูเกาะ · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอเซียบัสบอดี้ ราชสีมา · จำเลย - นายอภิรัตน์ งามวิวัฒน์อนันต์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สุเสารัจ · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2575/2520ฎีกา 3618/2528ฎีกา 891/2538ฎีกา 2746/2544ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 5762/2541ฎีกา 1411-1412/2509ฎีกา 1058/2545ฎีกา 2505/2524ฎีกา 2224/2534ฎีกา 4550/2540ฎีกา 4410/2528ฎีกา 1474/2500ฎีกา 2563/2543ฎีกา 10/2548ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 9349/2539ฎีกา 6250/2545ฎีกา 6072/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ