⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7680/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7680/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับชำระหนี้ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่ได้โอนให้แก่โจทก์ไปแล้ว ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะสิทธิเรียกร้องไม่ใช่ทรัพย์สินที่อาจถูกลักได้ตามกฎหมายอาญา แต่เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องค่าสินค้าที่จำเลยทั้งสองมีต่อลูกค้ารวม 23 รายให้แก่โจทก์ภายหลังจากนั้นจำเลยกลับใช้สิทธิเรียกร้องให้ลูกค้าบางรายชำระค่าสินค้าแก่จำเลย แต่สิทธิเรียกร้องดังกล่าวมิใช่วัตถุมีรูปร่างที่สามารถเคลื่อนที่ได้อันอาจจะมีการเอาไปได้ตามความหมายของคำว่า ทรัพย์ ในความผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์ ทั้งการที่จำเลยทั้งสองไปขอรับเงินหรือเช็คค่าสินค้าจากลูกค้านั้น ก็ไม่ได้เป็นการกระทำแทนโจทก์ เงินและเช็คดังกล่าวจึงยังมิใช่ทรัพย์ของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่มีมูลความผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์ แต่เป็นเพียงการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอันเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2545 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาทกับโจทก์ โดยตกลงโอนสิทธิเรียกร้องซึ่งจำเลยทั้งสองมีต่อลูกค้ารวม 23 ราย ให้แก่โจทก์ เพื่อเป็นการชำระหนี้ค่าสินค้าที่จำเลยทั้งสองค้างชำระโจทก์อยู่ ต่อมาระหว่างวันดังกล่าวถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองร่วมกันไปขอรับเงินค่าสินค้าจากลูกค้าที่โอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์แล้ว และร่วมกันลักทรัพย์โดยรับเงินสดหรือเช็คในการชำระค่าสินค้าดังกล่าวจากลูกค้ารวม 19 ราย เป็นเงินรวม 16,189,619.87 บาท ไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่หลายท้องที่ในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดพิจิตร และจังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 334, 352 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์แม้จะฟังว่า ภายหลังจากจำเลยทั้งสองทำบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องค่าสินค้าที่จำเลยทั้งสองมีต่อลูกค้ารวม 23 รายให้แก่โจทก์และต่อมาจำเลยทั้งสองกลับใช้สิทธิเรียกร้องให้ลูกค้าบางรายชำระค่าสินค้าแก่จำเลยทั้งสอง แต่สิทธิเรียกร้องมิใช่วัตถุมีรูปร่างที่เคลื่อนที่ได้อันอาจจะมีการเอาไปได้ตามความหมายของคำว่า ทรัพย์ ในความผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์ ทั้งการที่จำเลยทั้งสองไปขอรับเงินหรือเช็คค่าสินค้าจากลูกค้าตามฟ้องก็ไม่ได้เป็นการกระทำแทนโจทก์ เงินและเช็คดังกล่าวยังมิใช่ทรัพย์ของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสองดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องจึงไม่มีมูลความผิดทางอาญาตามบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษ แต่เป็นเพียงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอันเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์ต่อไป" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7680/2553 บริษัทสยามเกษตร ยูนิเวอร์แซล จำกัด โจทก์ บริษัทกรีนมาร์ช คอมเมอร์เชียล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามเกษตร ยูนิเวอร์แซล จำกัด · จำเลย - บริษัทกรีนมาร์ช คอมเมอร์เชียล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปดารณี ลัดพลี · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · กฤษฏิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1057/2514ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1140/2507ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 979/2501ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 2845/2543ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 5090/2565ฎีกา 8552/2552ฎีกา 3613/2549ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา