⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9609/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9609/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทนายความที่ได้รับใบแต่งทนายความโดยไม่มีอำนาจในการอุทธรณ์ ย่อมไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์แทนตัวความ การลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่มีอำนาจดังกล่าว เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

บ. ทนายจำเลยที่ 2 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ว่าความตามใบแต่งทนายความ แต่ไม่ได้รับอำนาจจากจำเลยที่ 2 ให้ใช้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ทนายจำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ จึงเป็นการอุทธรณ์โดยไม่ได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง ทนายจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ทนายจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้อุทธรณ์เป็นการลงลายมือชื่อโดยไม่มีอำนาจ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 แต่การที่จะให้จำเลยที่ 2 แก้ไขคำฟ้องอุทธณณ์ หรือมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ก็ล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติได้เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาคดีเสร็จแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาคดีในส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 มาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2 และยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ของโจทก์และแก้ไขคำพิพากษาในส่วนของจำเลยที่ 1 ยังคงมีผลชอบด้วยกฎหมายต่อไป กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป ให้ยกฎีกาของโจทก์เสียด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92 ริบของกลาง ยกเว้นธนบัตรจำนวน 120,000 บาท ที่ใช่ล่อซื้อให้คืนแก่เจ้าของเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 และนับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 678/2537 ของศาลจังหวัดยะลา จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (เดิม) (ที่ถูก ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ 30 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 10 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 15 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 40 ปี ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรจำนวน 120,000 บาท ที่ใช้ล่อซื้อและรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อคาวาซากิ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 6ช - 1338 ตามบัญชีของกลางคดีอาญาอันดับที่ 6 เอกสารหมาย จ.7 ให้คืนแก่เจ้าของและให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 678/2537 ของศาลจังหวัดยะลา โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม) วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีน จำนวน 3,366 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2,000 เม็ด จำคุก 15 ปี รวมจำคุก 25 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 กึ่งหนึ่ง รวมเป็นจำคุก 37 ปี 6 เดือน ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 18 ปี 9 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2,000 เม็ด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 15 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1,366 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายบัณฑิต ทนายจำเลยที่ 2 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ว่าความตามใบแต่งทนายความลงวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ไม่ได้รับอำนาจจากจำเลยที่ 2 ให้ใช้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ด้วย และกรณีล่วงเลยเวลาที่จะย้อนสำนวนกลับไปแก้ไขอย่างใดได้ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ทนายจำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ จึงเป็นการอุทธรณ์โดยไม่ได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง ทนายจำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ทนายจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้อุทธรณ์เป็นการลงลายมือชื่อโดยไม่มีอำนาจ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 แต่การที่จะให้จำเลยที่ 2 แก้ไขคำฟ้องอุทธรณ์ หรือมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ก็ล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติได้ เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้พิจารณาคดีนี้เสร็จไปแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาคดีในส่วนของอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 มา เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2 และยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ของโจทก์และแก้ไขคำพิพากษาในส่วนของจำเลยที่ 1 ยังคงมีผลโดยชอบด้วยกฎหมายต่อไป กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไปอีก จึงให้ยกฎีกาของโจทก์เสียด้วยและเมื่อศาลฎีกายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในส่วนของจำเลยที่ 2 แล้ว คดีของจำเลยที่ 2 จึงต้องบังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งโจทก์มิได้อุทธรณ์ในส่วนนี้... พิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 15 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว รวมจำคุก 25 ปี ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2 และยกฎีกาของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9609/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ นายมูฮำมัดนูเด็ง เจะแวหรือเจ๊ะแว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · จำเลย - นายมูฮำมัดนูเด็ง เจะแวหรือเจ๊ะแว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วรพจน์ วิไลชนม์ · อนันต์ ชุมวิสูตร · นิพนธ์ ใจสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายทวีวัฒน์ โสวรัตนพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายวิทยา วีระประจักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5168/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา