คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11883/2554
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายหุ้นสามัญเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่ต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด หากไม่ทำตามแบบ การซื้อขายนั้นไม่เป็นโมฆะ แต่ผู้ซื้อจะไม่อาจอ้างสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นได้
ย่อคำพิพากษา
การซื้อขายหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งซึ่งต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม ส่วน ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคสอง เพียงกำหนดแบบของการโอนหุ้นที่มีหลักฐานการโอนที่แน่นอนเท่านั้น หาใช่แบบของการซื้อขายหุ้น ผู้ซื้อหุ้นที่มิได้โอนหุ้นให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าวยังไม่อาจอ้างว่าตนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท และไม่อาจใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นตามที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้เท่านั้น หาทำให้การซื้อขายหุ้นตกเป็นโมฆะไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน 3,284,730.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,856,287.50 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน 2,856,287.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 อุทธรณ์
ระหว่างพิจารณา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกผิดสัญญาซื้อขายหุ้นซึ่งเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม แม้วัตถุแห่งคดีจะเป็นการซื้อขายหุ้น แต่กรณีก็ไม่จำต้องมีการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง ทั้งนี้เพราะความมุ่งหมายของบทบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติว่า การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือชื่อเป็นโมฆะนั้น เป็นการกำหนดแบบของการโอนที่มีหลักฐานการโอนที่แน่นอนเท่านั้น หาใช่เป็นแบบของการซื้อขายหุ้นไม่ ผู้ซื้อหุ้นที่มิได้ทำการโอนให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าว ยังไม่อาจอ้างว่าตนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไม่อาจใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัทตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้เท่านั้น แต่หาทำให้การซื้อขายหุ้นขัดต่อกฎหมายและตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อโจทก์มีหนังสือแจ้งการโอนเงินค่าหุ้น เป็นหลักฐานของการซื้อขาย และจำเลยทั้งหกได้รับโอนหุ้นโดยชำระเงินบางส่วน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันซื้อหุ้นพิพาทจากโจทก์ และต้องรับผิดชำระเงินค่าซื้อหุ้นพิพาทที่ค้างชำระแก่โจทก์
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11883/2554
นายสงวน จิรธนกิจ โจทก์
นายสุเทพ เจริญพรพานิชกุล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน จิรธนกิจ · จำเลย - นายสุเทพ เจริญพรพานิชกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร · สมสันต์ ศุภศาตรสิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสาโรจน์ เอี่ยมองค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1790/2551 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา