⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3451/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3451/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำการนั้นโดยตรง ไม่ใช่เพียงการรับคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฯ มาตรา 63 เพียงข้อหาเดียว เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธในชั้นศาล โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยใช้รถยนต์บรรทุกสิบล้อบรรทุกคนต่างด้าวจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาในราชอาณาจักรด้านอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายไม่มีหนังสือหรือเอกสารใช้แทนหนังสืออันถูกต้อง ไม่ผ่านเข้ามาทางช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองตามที่กำหนด จะนำคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมมาฟังลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 หาได้ไม่ ทางนำสืบของโจทก์เจือสมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 นำสืบต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 รับคนต่างด้าวมาจากอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดย ด. ชาวโพนพิสัยติดต่อหาคนงานให้ ม. ภริยาของจำเลยที่ 3 ตามที่ ม. พยานโจทก์เบิกความยืนยัน แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 รู้อยู่แล้วว่าคนงานที่บรรทุกมาจากจังหวัดหนองคายเป็นคนต่างด้าว แต่เมื่อมิใช่นำหรือพาคนต่างด้าวดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรจึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามฟ้องไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.63

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 และริบรถยนต์บรรทุกของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63 (ที่ถูก มาตรา 63 วรรคหนึ่ง) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี ริบรถยนต์บรรทุกของกลางยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ด้วย คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้โดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 เวลา 23.40 นาฬิกา ดาบตำรวจคงศักดิ์ และสิบตำรวจเอกพจนารถ พยานโจทก์กับพวกออกตรวจท้องที่ไปตามถนนสายชัยบาดาล - ด่านขุนทด เมื่อไปถึงที่พักสายตรวจซับตะเคียน อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พบรถยนต์บรรทุกของกลางแล่นมาจากอำเภอด่านขุนทดมุ่งหน้าไปอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี จึงเรียกให้หยุดตรวจ พบจำเลยที่ 1 เจ้าของรถเป็นผู้ขับ มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั่งโดยสารมาข้างจำเลยที่ 1 กับมีผู้โดยสารคนไทยอีกคนหนึ่งนั่งข้างหลังจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ที่กระบะหลังรถซึ่งไม่มีผ้าคลุมยังพบนายสุข กับพวกรวม 115 คน ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเชื้อชาติลาว สัญชาติลาว โดยสารมาเต็มคันรถเพื่อไปเป็นคนงานรับจ้างในไร่อ้อยอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี จึงจับกุมจำเลยทั้งสามและแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจำเลยทั้งสามถูกฟ้องในข้อหาดังกล่าวเป็นคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63 เพียงข้อหาเดียว เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธในชั้นศาล โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยใช้รถยนต์บรรทุกสิบล้อบรรทุกคนต่างด้าวดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในราชอาณาจักรทางด้านอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ไม่มีหนังสือหรือเอกสารใช้แทนหนังสืออันถูกต้อง ไม่ผ่านเข้ามาทางช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองตามที่กำหนด จะนำคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมมาฟังลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 หาได้ไม่ แต่ทางนำสืบของโจทก์ได้ความจากดาบตำรวจคงศักดิ์ และสิบตำรวจเอกพจนารถพยานผู้ร่วมจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 3 ว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ที่บริเวณที่พักสายตรวจซับตะเคียน ตำบลซับตะเคียน อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ขณะจำเลยที่ 1 ขับรถมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั่งคู่ กับมีคนต่างด้าวเชื้อชาติลาว สัญชาติลาว จำนวน 115 คน และนายเคน ขาวสิงห์ คนไทย โดยสารมาเพื่อรับจ้างตัดอ้อยโดยเปิดเผยปราศจากหลังคาคลุมกระบะท้ายรถ และพยานโจทก์ทั้งสองยังเบิกความยืนยันสอดคล้องกันว่า ได้สอบถามนายสุข คนต่างด้าวคนหนึ่งแล้วรับต่อพยานว่าเป็นชาวลาวมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ลงเรือข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในราชอาณาจักรที่จังหวัดหนองคาย ทั้งไม่ปรากฏว่าคนต่างด้าวคนอื่นจะให้การซัดทอดว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 พาพวกตนหลบหนีมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นอกจากนี้เมื่อศาลฎีกาตรวจคำให้การในชั้นสอบสวนของนายเคนตามเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งโจทก์มีพันตำรวจโทสุรศักดิ์ พนักงานสอบสวนเบิกความรับรองแล้ว นายเคน ให้การว่านายดวงดีหรือด้วง ชาวโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ชักชวนให้นายเคนเป็นคนงานตัดอ้อย เมื่อถึงวันเกิดเหตุมีรถยนต์บรรทุกสิบล้อมารับนายเคนกับคนงานอื่นๆ ที่บ้านนายด้วง หลังจากนั้นก็เดินทางออกจากจังหวัดหนองคาย กระทั่งถึงที่เกิดเหตุจึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม เห็นได้ว่า ทางนำสืบของโจทก์ดังกล่าวเจือสมกับที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 นำสืบต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 รับคนต่างด้าวดังกล่าวมาจากอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยนายดวงดีหรือด้วง ชาวโพนพิสัย ติดต่อหาคนงานให้นางมะหล่ำ ภริยาของจำเลยที่ 3 ตามที่นางมะหล่ำ พยานโจทก์เบิกความยืนยัน ดังนี้ แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 รู้อยู่แล้วว่าคนงานที่บรรทุกมาจากจังหวัดหนองคายเป็นคนต่างด้าว แต่เมื่อมิใช่นำหรือพาคนต่างด้าวดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร จึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามฟ้องไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3451/2554 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายทิม ใจดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายทิม ใจดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัปษร หิรัญบูรณะ · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ