⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 358/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 358/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลหลายคนตายในเหตุภยันตรายร่วมกันและไม่อาจกำหนดได้ว่าใครตายก่อนหลัง ให้สันนิษฐานว่าตายพร้อมกันตามมาตรา 17 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ที่เจตนาฆ่าเจ้ามรดกโดยมิชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจดำเนินคดีได้เนื่องจากตายไปก่อน ถือเป็นผู้ไม่สมควรรับมรดกของเจ้ามรดก

ย่อคำพิพากษา

เจ้ามรดกตลอดจนบุคคลในครอบครัวถูกสามีของเจ้ามรดกใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายในเวลาต่อเนื่องกัน ถือเป็นการตายในเหตุภยันตรายร่วมกันและเป็นการพ้นวิสัยที่จะกำหนดได้ว่าคนไหนตายก่อนหลัง จึงถือว่าทุกคนถึงแก่ความตายพร้อมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 17 ทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกจึงไม่ตกไปยังบุตรของเจ้ามรดกซึ่งถือว่าถึงแก่ความตายพร้อมกัน แต่จะตกได้แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นน้าของเจ้ามรดก และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งว่า สามีของเจ้ามรดกเป็นผู้กระทำโดยเจตนาให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจดำเนินคดีแก่สามีของเจ้ามรดกได้เนื่องจากสามีเจ้ามรดกฆ่าตัวตายไปก่อน จึงถือได้ว่าสามีของเจ้ามรดกเป็นบุคคลที่ต้องถูกจำกัดมิให้รับมรดกของเจ้ามรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร ผู้ร้องซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับสามีของเจ้ามรดกจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดก และเมื่อผู้ร้องมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.17 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1606

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจาก ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ ผู้ตาย อ้างเหตุว่าผู้ร้องเป็นทายาทโดยชอบธรรมของนายอุทัย สามีผู้ตาย กับนางสาวอมริศา และนายอธิชา บุตรของผู้ตายที่ถึงแก่ความตายภายหลังผู้ตาย จึงมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายที่ตกได้แก่บุคคลดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ 6 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ยกคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้าน ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนนายณรงค์ ผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ ผู้ตาย และตั้งให้นางลมุล ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ ผู้ตาย กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับทั้งสองฝ่าย ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนายอุทัย สามีของนางมะลิ ผู้ตาย ผู้คัดค้าน เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนางทองม้วน มารดาผู้ตาย นายอุทัยและผู้ตายเป็นสามีภริยากัน มีบุตร 2 คน คือ นายอธิชาและนางสาวอมริศา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 นายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย นายอธิชา นางทองม้วน นายวีระและนางสาวปัทมา ถึงแก่ความตาย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือไม่ ผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใดมาแสดงว่า ผู้ตายถูกนายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายก่อนนางทองม้วน นายวีระ นางสาวปัทมา นางสาวอมริศาและนายอธิชา คงมีแต่คำเบิกความของผู้ร้องอ้างว่า หลังจากนายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นแล้วจึงโทรศัพท์มาหาผู้ร้องว่า ได้ฆ่าญาติพี่น้องไปหมดแล้ว โดยบอกว่าได้ฆ่านางทองม้วนก่อน ถัดมาคือนางปัทมา นายวีระ ผู้ตาย นางสาวอมริศา และนายอธิศา ตามลำดับ นั้น หลังเกิดเหตุผู้ร้องก็ไม่ได้แจ้งเรื่องนี้แก่ทายาทหรือเจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งมิได้นำสืบผู้ตรวจชันสูตรศพผู้ตายและบุคคลในครอบครัวถึงเวลาที่ตาย ประกอบกับผู้ร้องไม่มีหลักฐานว่า นายอุทัยได้โทรศัพท์มาบอกเรื่องดังกล่าวแก่ผู้ร้อง คำเบิกความของผู้ร้องจึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อ เมื่อผู้ตายตลอดจนบุคคลในครอบครัวถูกนายอุทัยใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายในเวลาต่อเนื่องนั้น จึงถือได้ว่า เป็นการตายในเหตุภยันตรายร่วมกันและเป็นการพ้นวิสัยที่จะกำหนดได้ว่าคนไหนตายก่อนหลัง จึงต้องถือว่า ทุกคนถึงแก่ความตายพร้อมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 17 ทรัพย์มรดกของผู้ตายจึงไม่ตกไปยังนางสาวอมริศาและนายอธิชาซึ่งเป็นบุตรผู้ตาย แต่จะตกได้แก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นน้าของผู้ตาย ประกอบกับข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งแล้วว่านายอุทัยสามีผู้ตายเป็นผู้กระทำโดยเจตนาให้ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจดำเนินคดีแก่นายอุทัยได้เนื่องจากนายอุทัยได้ฆ่าตัวตายไปเสียก่อน ก็ถือได้ว่า นายอุทัยเป็นบุคคลที่ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของผู้ตายฐานเป็นผู้ไม่สมควร ผู้ร้องจึงไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย แม้ทรัพย์ซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายจะต้องแบ่งแก่นายอุทัยครึ่งหนึ่งในฐานะสินสมรสก่อน และส่วนของนายอุทัยจะตกเป็นมรดกของนายอุทัยต่อไป ผู้ร้องก็มิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ จึงเห็นสมควรถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ไม่ปรากฏข้อเสื่อมเสียและมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 358/2554 นายณรงค์ แสงสวัสดิกุล ผู้ร้อง นางลมุล สุขสด ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายณรงค์ แสงสวัสดิกุล · ผู้คัดค้าน - นางลมุล สุขสด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พันธุมะโอภาส · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · อาวุธ ปั้นปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายวชิร ปานแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.110/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 944/2498ฎีกา 1016/2485ฎีกา 1642-1643/2530ฎีกา 7123/2539ฎีกา 847/2518ฎีกา 8023/2538ฎีกา 6013/2534ฎีกา 299/2516ฎีกา 2236/2535ฎีกา 6782/2544ฎีกา 2485/2533ฎีกา 9750/2544ฎีกา 1642/2530ฎีกา 3575/2541ฎีกา 13129/2556ฎีกา 5584/2536ฎีกา 6868/2546ฎีกา 755/2565ฎีกา 982/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา