⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1416/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินถูกใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.แร่ฯ เจ้าของทรัพย์สินมีหน้าที่พิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิด และได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วเพื่อป้องกันการกระทำความผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ ศาลจะสั่งริบทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องขอให้ริบรถของกลางตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 ซึ่งมาตราดังกล่าววรรคท้าย บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านผู้ขอคืนของกลาง ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าผู้คัดค้านไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและจะมีการนำทรัพย์สินของกลางดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด อีกทั้งผู้คัดค้านได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ศาลจึงจะไม่ริบของกลาง แต่ทางนำสืบของผู้คัดค้านได้ความเพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่อันเป็นข้อนำสืบตาม ป.อ. มาตรา 36 ซึ่ง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 วรรคท้าย มิให้นำมาใช้บังคับ เมื่อผู้คัดค้านไม่สามารถพิสูจน์ข้ออ้างตามพระราชบัญญัติแร่ฯ ดังกล่าวได้ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านจึงไม่เพียงพอที่จะให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินของกลางแก่ผู้คัดค้าน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.154

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเข้าไปทำลาย ทำให้สูญหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกันทำอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน และร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ริบของกลางดังกล่าวตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายในท้องถิ่นสองวันติดต่อกันเพื่อให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว ผู้คัดค้านทั้งหกยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องและคืนของกลางแก่ผู้คัดค้านทั้งหก ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน81 - 4800 ราชบุรี 82 - 1906 ราชบุรี 70 - 4395 เพชรบุรี และ 86 - 0006 นครปฐม รถขุดไฮดรอลิค รุ่น พีซี 200 - 7 เอ หมายเลขเครื่องยนต์ 6 ดี 102 -26324452 และ 6 ดี 102 - 26338760 รถเจาะ เอชซีอาร์ 180 และแร่เฟต์สปาร์สะอาด ประมาณ 60 เมตริกตัน ของกลาง ผู้คัดค้านทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ว่ามีเหตุที่ศาลจะสั่งคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 82 - 1906 ราชบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 1 คืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 81 - 4800 ราชบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 4 และคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70 - 4395 เพชรบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 5 หรือไม่ คดีนี้ผู้ร้องขอให้ศาลริบรถของกลางตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 ซึ่งมาตราดังกล่าววรรคท้าย บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดอ้างตัวเป็นเจ้าของก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือมีเจ้าของแต่เจ้าของไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดดังกล่าว อีกทั้งตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเช่นนั้นเกิดขึ้น หรือไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อได้ว่าตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าวได้เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันแรกของวันประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน ตามวรรคสอง และในกรณีนี้มิให้นำมาตรา 36 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ" จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวให้เป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินผู้ขอคืนของกลาง ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและจะมีการนำทรัพย์สินของกลางดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด อีกทั้งผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ศาลจึงจะไม่ริบของกลาง ซึ่งทางนำสืบของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ได้ความเพียงว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ อันเป็นข้อนำสืบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ซึ่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 วรรคท้าย มิให้นำมาใช้บังคับ เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ไม่สามารถพิสูจน์ข้ออ้างตามพระราชบัญญัติแร่ ฯ ได้ เช่นนี้ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ที่นำสืบมาจึงไม่เพียงพอที่จะให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินของกลางแก่ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อของกลางจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2555 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี ผู้ร้อง บริษัทไมโครลิซซิ่ง จำกัด กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · ผู้คัดค้าน - บริษัทไมโครลิซซิ่ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นวลน้อย ผลทวี · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · พันวะสา บัวทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายประโยชน์ ดีสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวิทยา ยิ่งวิริยะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำสว.(อ)81/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1670/2521ฎีกา 4647/2529ฎีกา 897/2524ฎีกา 183/2524ฎีกา 3203/2532ฎีกา 3274/2522ฎีกา 2941-2942/2522ฎีกา 3676/2565ฎีกา 3674/2565ฎีกา 1130/2529ฎีกา 2342-2345/2522ฎีกา 3675/2565ฎีกา 508/2530ฎีกา 3854/2529ฎีกา 2027/2548ฎีกา 3677/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา