⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16116/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16116/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ โดยไม่จำเป็นต้องมีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือฉ้อภาษีศุลกากร

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ไม่จำต้องมีองค์ประกอบในเรื่องหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากรหรือเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐบาล เมื่อมีการนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยไม่ได้รับอนุญาตก็เป็นความผิดแล้ว ซึ่งแตกต่างจากความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ที่ผู้กระทำความผิดต้องมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร หรือเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐบาล เมื่อใบพืชกระท่อมสดที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นของที่มีไว้เป็นความผิด ไม่อาจเสียภาษีได้ การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำเข้ามาในราชอาณาจักรจึงมิใช่เป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากรหรือเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐบาล จึงไม่เป็นความผิดฐานนำของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 76/1, 100/1, 102 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 80, 91 ริบยาเสพติดให้โทษของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดโทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคสอง พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันนำพืชกระท่อมยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือนและปรับ 20,000 บาท ฐานร่วมกันลักลอบนำพืชกระท่อมเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ปรับ 68,640 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 44,320 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้งภายในเวลา 1 ปี ให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 2 และที่ 3 เห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ห้ามจำเลยที่ 2 และที่ 3 เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภท และให้ความร่วมมือต่อพนักงานคุมประพฤติในการตรวจหาสารเสพติดรวมถึงเข้าโปรแกรมอบรมฟื้นฟูผู้กระทำผิดตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคสอง, 76/1 วรรคสี่ ด้วยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานนำเข้าพืชกระท่อมมาในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ให้คืนรถยนต์กระบะของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นความผิดฐานนำของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า แม้ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรกฎหมายบัญญัติว่าการมีไว้เป็นความผิดก็ตาม แต่เมื่อนำของเข้ามาในราชอาณาจักรก็ต้องปฏิบัติตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 มิได้บัญญัติห้ามการมีพืชกระท่อมไว้โดยเด็ดขาด บุคคลสามารถผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งพืชกระท่อมได้ หากได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นราย ๆ ไป ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำพืชกระท่อมเข้ามาในราชอาณาจักรจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 นั้น เห็นว่า ความผิดฐานนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ไม่จำต้องมีองค์ประกอบในเรื่องหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากรหรือเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐบาล เมื่อมีการนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยไม่ได้รับอนุญาตก็เป็นความผิดแล้วซึ่งแตกต่างจากความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ที่ผู้กระทำความผิดต้องมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากรหรือเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐบาล เมื่อใบพืชกระท่อมสดที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นของที่มีไว้เป็นความผิด ไม่อาจเสียภาษีได้ การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำเข้ามาในราชอาณาจักรจึงมิใช่เป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากรหรือเจตนาจะฉ้อภาษีของรัฐบาล จึงไม่เป็นความผิดฐานนำของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างไม่ผูกพันคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16116/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี โจทก์ นางรอสีย๊ะ แมะกาจิ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี · จำเลย - นางรอสีย๊ะ แมะกาจิ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนาทวี - นายอรรถพร เพชรแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นางวยุรี วัฒนวรลักษณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2177/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3937/2541ฎีกา 779/2487ฎีกา 2499/2543ฎีกา 664/2506ฎีกา 712/2559ฎีกา 2920/2554ฎีกา 531/2510ฎีกา 213/2487ฎีกา 723/2534ฎีกา 2605/2526ฎีกา 3765/2536ฎีกา 767/2480ฎีกา 3560/2526ฎีกา 7490/2540ฎีกา 5790/2531ฎีกา 3159/2532ฎีกา 181/2551ฎีกา 1223/2542ฎีกา 2453/2516ฎีกา 1889/2546ฎีกา 502/2486ฎีกา 5078/2537ฎีกา 758/2525ฎีกา 1113/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา