คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปรับตามพระราชบัญญัติศุลกากรที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าให้ปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยกันนั้น ต้องปรับจำเลยแต่ละคนตามความผิดของตน ไม่เกินสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรด้วย การปรับเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถือเป็นการผิดกฎหมาย และไม่สามารถนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31 มาใช้บังคับได้
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่พระราชบัญญัติศุลกากรบัญญัติไว้เป็นพิเศษว่า สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยกันนั้น ถ้าศาลพิพากษาปรับจำเลยแต่ลำคน คนละสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรด้วย ก็ย่อมเป็นการปรับจำเลยสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ เกินกว่าสี่เท่า อันเป็นการผิดข้อความที่บัญญัติไว้และกรณีเช่นนี้ย่อมจะนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31 ซึ่งให้ปรับเรียงตามรายตัวบุคคลมาใช้บังคับไม่ได้ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่สมคบกันลักลอบนำปลาเค็ม ๑๙ กระสอบ หนัก ๑,๒๑๓ กิโลกรัม ราคา ๖,๐๖๕ บาท โดยใช้เรือยนต์บรรทุกปลาดังกล่าวจากประเทศพม่า เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้ผ่านด่านศุลกากร และโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ขอให้ลงโทษ
จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗, ๓๒ ฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๖, ๑๖, ๑๗ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ฉบับที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๖) มาตรา ๓, ๔ ฉบับที่ ๑๑ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๔ และอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑ ให้ปรับจำเลย ๔ เท่าของราคาซึ่งรวมอากรด้วยแล้วเป็นเงินคนละ ๗๗,๖๓๒ บาท ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละ ๓๐ จ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับร้อยละ ๒๕ ของราคาของกลาง
จำเลยทุกคนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยกระทำผิดจริง แต่เห็นว่าสินค้าที่จำเลยนำเข้ามามิใช่เป็นสินค้าต้องห้าม หากเป็นเพียงหลบเลี่ยงไม่นำไปเสียภาษีเท่านั้น จึงพิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยรวมกันเป็นเงิน ๗๗,๖๓๒ บาท
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ บัญญัติถึงกำหนดโทษไว้ว่า "ฯลฯ สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับเป็ฯเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งจำทั้งปรับ" ระบุเน้นไว้ชัดแล้วว่า สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วย ฉะนั้น ถ้าหากศาลพิพากษาปรับจำเลยแต่ละคน คนละสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรด้วย ก็เป็นการปรับจำเลยสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ เกินกว่าสี่เท่า อันเป็นการผิดข้อความที่บัญญัติไว้ กรณีเช่นนี้จะนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑ มาใช้บังคับไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่พระราชบัญญัติศุลกากรบัญญัติระบุไว้เป็นพิเศษ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2506
อัยการจังหวัดระนอง โจทก์
นายไล่ฮวย แซ่ตัน กับพวกรวม 4 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดระนอง · ล. - นายไล่ฮวย แซ่ตัน กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระนอง - นายมงคล วัลยะเพ็ชร · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา