คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การส่งของที่ไม่ต้องห้ามและไม่ต้องเสียภาษีออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้แสดงรายการและไม่ให้เจ้าพนักงานตรวจ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2480 มาตรา 8 และ 11 แต่ของกลางจะริบไม่ได้จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
* หากมีกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่าที่กำหนดความผิดไว้แล้ว จะลงโทษจำเลยตามกฎหมายเก่าไม่ได้
* หากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่มีการริบทรัพย์สินแล้ว จะไม่สามารถจ่ายเงินสินบนหรือรางวัลได้
* ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัยประเด็นที่ไม่ได้บรรยายข้อที่ควรริบมาในฎีกา
ย่อคำพิพากษา
การส่งของชะนิดที่ไม่ต้องห้ามและไม่ต้องเสียภาษีออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้แสดงรายการของที่ส่งและไม่หยุดให้เจ้าพนักงานตรวจ เป็นผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2480 ม. 8 และ ม. 11 แต่ไม่เป็นผิด พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 ม. 27 ของเช่นนี้ศาลให้ยึดไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามกฎหมาย จะริบไม่ได้
เดิมมีพระราชกฤษฎีกาห้ามส่งน้ำมันพืชออกนอกราชอาณาจักรต่อมามีฉะบับใหม่ยกเลิกฉะบับเก่าและไม่มีข้อห้ามส่งน้ำมันพืช ดังนี้ ถือว่ามีกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
เมื่อความผิดที่ศาลลงโทษไม่มีการริบทรัพย์แล้ว ก็จ่ายเงินสินบลหรือรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนของกลางให้ผู้ร้อง โจทก์ฎีกาขอให้ริบ แต่ไม่ได้บรรยายข้อที่ควรริบมาในฎีกาเลยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.8 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 ม.8 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 ม.11 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม.17 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.34 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2489 ม.27 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2489 ม.34 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นฟังว่า เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ จำเลยรับจ้างขนน้ำมันพืชน์ ๕๕ ปีบ ผ่านด่านศุลกากร เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้แสดงรายการ และหยุดให้เจ้าพนักงานด่านศุลกากรตรวจก่อนพิพากษาลงโทษตาม พ.ร.บ. ควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. ๒๔๘๒ และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๘๐ ม. ๘ และ พ.ศ. ๒๔๘๒ ม. ๖ ของกลางทั้งใดให้ริบและให้จ่ายเงินสินบลร้อยละ ๓๐ เงินรางวัลร้อยละ ๒๕ จากเงินที่ได้รับจากการขายน้ำมันของกลางให้แก่ผู้นำจับ และเจ้าพนักงานผู้จับส่วนผู้ที่ยื่นคำร้องขอคืนข้อ ๒ ลำ โค ๔ ตัว อ้างว่าผู้ร้องไม่รู้ไม่เห็นด้วยนั้น ศาลสั่งให้คืนโคตัวเดียว
จำเลยและผู้ร้องอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิด จึงพิพากษายกฟ้อง คืนของกลางให้ผู้ร้องด้วย
โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น แต่เห็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๘๐ ม. ๘ และ ม. ๑๑ แต่เห็นว่าจะลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการส่งของออกฯไม่ได้ เพราะมี พ.ร.ก.ควบคุมการส่งออกไปนอก พ.ศ. ๒๔๙๐ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉะบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๔+ เสียแล้ว และ พ.ร.ก.ฉะบับใหม่มิได้ห้ามการส่งน้ำมันพืชน์ออกนอก จึงต้องยังคับคดีตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. ๘ และ เมื่อน้ำมันรายนี้ไม่เป็นของต้องห้ามแล้ว ก็ไม่เป็นผิด พ.ร.ก.ศุลกากร ม. ๒๗ เมื่อไม่ผิด ม. ๒๗ แล้ว ก็ริบทรัพย์รายนี้ไม่ได้ คำขอให้จ่ายเงินสินบลและรางวัลก็ตกไปในตัว ส่วนการที่ศาลอุทธรณ์จัดการให้คืน ล้อ ๒ ลำ โค ๓ ตัวแก่ผู้ร้อง โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อที่ควรริบมาในฎีกา ผิดต่อ ป.ม.วิ.อาญา มาตรา ๑๙๓ วรรค ๒ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงโทษตาม ก.ม.ที่กล่าวแล้ว ให้ปรับคนละ ๑๐๐ บาท ล้อ ๒ ลำ โค ๔ ตัว คืนผู้ร้องของกลางรายนี้ให้จัดการตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๘๐ ม. ๑๑ คือให้ยึดไว้จนกว่าจะจัดการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2490
อัยยการแม่สอด โจทก์
นายมาตร์ สิงห์แก้ว, กับพวก 2 คน จำเลย
นายคำ, นายปั๋น ร.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการแม่สอด · จำเลย - นายมาตร์ สิงห์แก้ว, กับพวก 2 คน · ร. - นายคำ, นายปั๋น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา