คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่ "ของ" ที่จะนำไปจำหน่ายเป็นสินค้าทั่วไป จึงไม่อยู่ในความหมายของ "ของ" ตามกฎหมายศุลกากร
ย่อคำพิพากษา
ธนบัตรของกลางเป็นธนบัตรรัฐบาลไทย และเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในประเทศไทย มิใช่สิ่งของอันอาจนำไปจำหน่ายเป็นสินค้าอย่างธรรมดาทั่ว ๆ ไปได้ ธนบัตรของกลางจึงมิใช่ "ของ" ตามความหมายในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ฉะนั้นการกระทำของจำเลยที่นำธนบัตรของกลางออกไปและเข้ามาในราชอาณาจักรจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27
ธนบัตรและเรือเพลายาวของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เป็นความผิดได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด และการกระทำของจำเลยก็มิได้เป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 จึงริบธนบัตรและเรือของกลางไม่ได้ทั้งจ่ายรางวัลให้เจ้าพนักงานก็ไม่ได้ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม.8 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำหรือพาธนบัตรรัฐบาลไทยจำนวน ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินตราใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายอันเป็นของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ออกไปนอกราชอาณาจักรทางชายแดนบริเวณปากแม่น้ำโขง ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคายโดยหลีกเลี่ยงไม่ผ่านศุลกากร และนำเข้าธนบัตรจำนวนดังกล่าวอันเป็นของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรทางชายแดนดังกล่าว โดยหลีกเลี่ยงไม่ผ่านศุลกากร ขอให้ลงโทษและริบธนบัตรและเรือเพลายาวของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ปรับ ๔,๐๐๐ บาท รับสารภาพลดกึ่งคงปรับ ๒,๐๐๐ บาท ส่วนฐานนำเงินตราเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงไม่ผ่านศุลกากรนั้น พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินให้อำนาจบุคคลนำเงินตราเข้าราชอาณาจักรได้ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จำเลยจึงไม่มีความผิด ให้ยกฟ้องความผิดฐานนี้ และให้ริบของกลางจ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าธนบัตรรัฐบาลไทยเป็นเงินตรา ไม่ใช่ของตามพระราชบัญญัติศุลกากร จำเลยนำธนบัตรไทยจำนวน ๑,๐๐๐ บาท ออกไปและเข้ามาในราชอาณาจักรไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ริบธนบัตรของกลางและจ่ายเงินรางวัลไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.๒๔๘๕ มาตรา ๔, ๘ ปรับ ๔,๐๐๐ บาท รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ ๒,๐๐๐ บาท
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ธนบัตรของกลางเป็นธนบัตรรัฐบาลไทยและเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในประเทศไทย มิใช่สิ่งของอันอาจนำไปจำหน่ายเป็นสินค้าอย่างธรรมดาทั่วไปได้ ธนบัตรของกลางจึงมิใช่ "ของ" ตามความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ ฉะนั้น การกระทำของจำเลยที่นำธนบัตรของกลางออกไปและเข้ามาในราชอาณาจักร จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗
ธนบัตรและเรือเพลายาวของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เป็นความผิด ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิด และการกระทำของจำเลยก็มิได้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ จึงริบธนบัตรและเรือเพลายาวของกลางไม่ได้ ทั้งจ่ายเงินรางวัลให้เจ้าพนักงานผู้จับไม่ได้ด้วย
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2525
พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์
นายเจริญศักดิ์ พ่อค้าไทย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · ล. - นายเจริญศักดิ์ พ่อค้าไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายประจวบ กระจ่างหิน · ศาลอุทธรณ์ - นายดำริ ศุภพิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา