⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4380/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4380/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่แสดงเพียงข้อเท็จจริงว่าผู้ใดไม่รู้เห็นในการซื้อขายที่ดิน ไม่ถือเป็นเอกสารสิทธิ เพราะไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงแห่งสิทธิ.

ย่อคำพิพากษา

บันทึกที่มีข้อความว่าโจทก์ไม่ได้รู้เห็นข้อเท็จจริงในการซื้อขายที่ดินไม่เป็นเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ เพราะไม่ใช่หลักฐานที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงแห่งสิทธิ จึงไม่เป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยข่มขืนใจโจทก์ให้ทำลายสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่าง ศ.กับส. ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ คำฟ้องของโจทก์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง แม้โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยมีมูลความผิดตามมาตรา 309 วรรคสองแต่เมื่อโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 309 วรรคสอง มาในฟ้องกรณีไม่อาจลงโทษตามมาตรา 309 วรรคสองได้ เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง อุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่นอกเหนือไปจากคำฟ้อง ไม่เป็นข้อที่ได้ยกกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่งประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ ต้องถือว่าคดีของโจทก์ถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา แม้ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาจะอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม.8 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 83, 84, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์มีใจความโดยสรุปว่า โจทก์กล่าวหาว่า จำเลยกับนางศิริ ใยสอด ร่วมกันข่มขืนใจโจทก์ให้ลงชื่อในบันทึกฉบับหนึ่งและให้การต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ มีใจความว่าโจทก์ไม่เคยรู้เห็นถึงการทำสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างนางศิริ ใยสอดกับนางสุพิศ สุนทราจารย์ และไม่เคยลงชื่อเป็นพยานในสัญญาฉบับนั้นทั้งที่ความจริงจำเลยรู้ดีว่าโจทก์เป็นผู้รู้เห็นถึงการซื้อขายที่ดินระหว่างนางศิริกับนางสุพิศและเป็นพยานในสัญญาดังกล่าว โดยจำเลยกับนางศิริข่มขู่โจทก์ว่า ถ้าไม่ยอมทำตามจะแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจจับโจทก์ไปคุมขัง เป็นเหตุให้โจทก์กลัวต้องจำยอมลงชื่อในบันทึกซึ่งมีข้อความว่า โจทก์ไม่รู้เห็นและไม่ได้เป็นพยานในการซื้อขายที่ดินครั้งนั้น และรับว่าจะไปให้การต่อพนักงานสอบสวนตามที่จำเลยขู่เข็ญ คำฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าจำเลยกับนางศิริ ร่วมกันข่มขืนใจโจทก์ให้กระทำการ โดยลงชื่อในบันทึกและไปให้การต่อพนักงานสอบสวนให้ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงที่โจทก์รู้เห็น โดยข่มขู่ว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพของโจทก์ ทำให้โจทก์เกรงกลัวจำยอมกระทำตามที่จำเลยกับนางศิริขู่เข็ญซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า จำเลยกับนางศิริข่มขืนใจโจทก์ให้ลงชื่อในบันทึกว่าโจทก์ไม่รู้เห็นและไม่เคยเป็นพยานในการซื้อขายที่ดินระหว่างนางศิริกับนางสุพิศ เพื่อนำบันทึกฉบับนั้นไปหักล้างข้อความในสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวก็ตาม แต่บันทึกที่มีข้อความว่าโจทก์ไม่ได้รู้เห็นข้อเท็จจริงในการซื้อขายที่ดินไม่เป็นเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลงโอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ เพราะไม่ใช่หลักฐานที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงแห่งสิทธิแต่อย่างใด จึงไม่เป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) ทั้งโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับนางศิริร่วมกันข่มขืนใจโจทก์ให้ทำลายสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างนางศิริกับนางสุพิศซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ คำฟ้องของโจทก์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง แต่เป็นความผิดตามมาตรา 309 วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าข้อหาความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 321 เมื่อโจทก์มิได้ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในข้อนี้ ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในปัญหาดังกล่าว จึงเป็นอันยุติไปส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการร่วมขืนใจโจทก์ให้ทำลายสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างนางศิริกับนางสุพิศอันเป็นเอกสารสิทธิ จึงมีมูลความผิดตามมาตรา 309 วรรคสองนั้นเมื่อโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 309 วรรคสองมาในฟ้องศาลย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยตามมาตรา 309 วรรคสอง ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคหนึ่ง อุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่นอกเหนือไปจากคำฟ้องไม่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ ต้องถือว่าคดีของโจทก์ถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา แม้ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยฎีกาของโจทก์" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4380/2542 นายหวั่น บางเภา โจทก์ นายสมคิด จันทร์แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหวั่น บางเภา · จำเลย - นายสมคิด จันทร์แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กำพล ภู่สุดแสวง · อำนวย เต้พันธ์ · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2409/2551ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1294/2509ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 831/2532ฎีกา 8444/2538ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 1271/2498ฎีกา 9571/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ