⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 17002/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17002/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นภายหลังการส่งมอบทรัพย์สิน หากเป็นความชำรุดบกพร่องที่ผู้ซื้อไม่สามารถเห็นประจักษ์ได้ในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อไม่ได้รู้อยู่แล้วหรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันพึงมี ผู้ขายต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องนั้น เว้นแต่จะมีการตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น.

ย่อคำพิพากษา

การผุกร่อนของเหล็กเส้นที่ถูกสนิมกัดกินคานบ้านเป็นความชำรุดบกพร่องที่เป็นเหตุเสื่อมราคาและเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติ เมื่อโจทก์ซื้อบ้านเพื่อจะใช้อยู่อาศัยและคู่สัญญาซื้อขายไม่ได้ตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตาม ป.พ.พ. มาตรา 483 ความชำรุดบกพร่องดังกล่าวจึงเป็นความชำรุดบกพร่องที่จำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ ทั้งที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือไม่รู้ว่าความชำรุดบกพร่องมีอยู่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 472 แม้ก่อนจะมีการโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์นั้น โจทก์ได้เข้าไปตรวจดูบ้านถึง 4 ครั้ง กับใช้กล้องวิดีโอถ่ายสภาพบ้านนำไปให้ญาติของโจทก์ช่วยกันพิจารณาสภาพบ้านด้วยก็ตาม แต่ในส่วนโครงเหล็กของคานชั้น 2 อยู่บริเวณเหนือฝ้า การจะตรวจดูต้องทุบแล้วรื้อฝ้าออกจึงจะพบเห็น ไม่ใช่กรณีที่ความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบและโจทก์ผู้ซื้อทรัพย์รับเอาบ้านไว้โดยมิได้อิดเอื้อน ส่วนการที่โจทก์ไม่ได้ขอเปิดฝ้าเพื่อตรวจดูคานนั้น ก็เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไปที่ไม่น่าจะคาดคิดว่าคานบ้านชั้น 2 ซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้พื้นดินหรือความชื้นจะเกิดสนิมที่เหล็กเส้นจนผุกร่อน จนต้องขอเปิดฝ้าดูเพื่อตรวจสอบ กรณีนี้จึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่อง หรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน อันจะทำให้จำเลยทั้งสองผู้ขายไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องในกรณีดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 473 (1) และ (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.472 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.473 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.483

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 107,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่า มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2550 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านเลขที่ 5/1797 ถนนสามัคคี ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นบ้านเก่า 2 ชั้น พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 134449 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 60 ตรารางวา จากจำเลยทั้งสองในราคา 3,200,000 บาท โดยโจทก์ได้ตรวจบ้านก่อนที่จะซื้อรวม 4 ครั้ง วันที่ 26 ธันวาคม 2550 จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านให้โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองยังคงเช่าบ้านจากโจทก์อยู่อาศัยจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2551 จึงขนย้ายสิ่งของออกไปแล้วส่งมอบบ้านให้โจทก์ วันที่ 12 มกราคม 2551 โจทก์ตรวจสอบบ้านอีกครั้งปรากฏว่าพบเสาและคานมีสนิมเกาะกินเหล็ก หลังจากนั้นโจทก์จึงว่าจ้างให้นายสวัสดิ์ซ่อมแซมโครงสร้างเสาคานรับชั้น 2 และพื้นห้องน้ำชั้น 2 เป็นเงิน 167,455 บาท มีระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า การผุกร่อนของเหล็กเส้นที่ถูกสนิมกัดกินคานบ้านนั้น เป็นความชำรุดบกพร่อมที่เป็นเหตุเสื่อมราคาและเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติ เมื่อโจทก์ซื้อบ้านเพื่อจะใช้อยู่อาศัยและคู่สัญญาซื้อขายไม่ได้ตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 483 ความชำรุดบกพร่องดังกล่าวจึงเป็นความชำรุดบกพร่องที่จำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือไม่รู้ว่าความชำรุดบกพร่องมีอยู่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 แม้ก่อนจะมีการโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบบ้านให้แก่โจทก์นั้น โจทก์ได้เข้าไปตรวจดูบ้านถึง 4 ครั้ง โดยโจทก์ มารดาโจทก์ และน้องสาวโจทก์ กับใช้กล้องวิดีโอถ่ายสภาพบ้านนำไปให้ญาติของโจทก์ช่วยกันพิจารณาสภาพบ้านด้วยก็ตาม แต่ในส่วนโครงเหล็กของคานชั้น 2 อยู่บริเวณเหนือฝ้า การจะตรวจดูต้องทุบแล้วรื้อฝ้าออกจึงจะพบเห็น ไม่ใช่กรณีที่ความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบและโจทก์ผู้ซื้อทรัพย์รับเอาบ้านไว้โดยมิได้อิดเอื้อน ส่วนการที่โจทก์ไม่ได้ขอเปิดฝ้าเพื่อตรวจดูคานนั้น ก็เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไปที่ไม่น่าจะคาดคิดว่าคานบ้านชั้น 2 ซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้พื้นดินหรือความชื้นจะเกิดสนิมที่เหล็กเส้นจนผุกร่อน จนต้องขอเปิดฝ้าดูเพื่อตรวจสอบ กรณีนี้จึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่อง หรือควรจะได้รู้เช่นนั้น หากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน อันจะทำให้จำเลยทั้งสองผู้ขายไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องในกรณีดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 473 (1) และ (2) ดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 93,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17002/2555 นางสวนันท์ ลิมปรังษี โจทก์ นางนงลักษณ์ คีรีโต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสวนันท์ ลิมปรังษี · จำเลย - นางนงลักษณ์ คีรีโต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · วัส ติงสมิตร · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนนทบุรี - นายชัชวาลย์ ไชยนาแพง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวีระวัตร บุณยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2539/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1581/2558ฎีกา 3760/2533ฎีกา 3496/2538ฎีกา 1593/2554ฎีกา 3010/2565ฎีกา 2389/2529ฎีกา 5581/2533ฎีกา 8088/2543ฎีกา 1309/2522ฎีกา 9034/2543ฎีกา 9653/2539ฎีกา 464/2545ฎีกา 2830/2522ฎีกา 1067/2524ฎีกา 66-67/2547ฎีกา 1481/2531ฎีกา 8635/2550ฎีกา 1614/2522ฎีกา 6144/2538ฎีกา 1755/2565ฎีกา 1283/2513ฎีกา 13923/2555ฎีกา 7254/2538ฎีกา 2331/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา