คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1481/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าซื้อระงับลงเพราะผู้เช่าซื้อผิดสัญญาและผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาแล้ว การที่ผู้เช่าซื้อยังคงครอบครองทรัพย์สินและชำระค่าเช่าซื้อต่อไป ไม่ถือว่าเป็นการให้สัญญาเช่าซื้อมีผลบังคับต่อไป ผู้ให้เช่าซื้อจึงมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ทันที
ย่อคำพิพากษา
เมื่อจำเลยผู้เช่าซื้อผิดสัญญาค้างชำระค่าเช่าซื้อและโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไป แม้ภายหลังจำเลยไม่ออกจากอาคารที่เช่าซื้อและส่งเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระกับยังคงชำระค่าเช่าซื้อรายเดือนต่อไปอีก ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ยินยอมให้สัญญาเช่าซื้อมีผลผูกพันกันต่อไปตามเดิม โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าซื้อได้ทันทีโดยไม่จำต้องบอกกล่าวแก่จำเลยก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องของให้ขับไล่จำเลยผู้เช่าซื้อออกจากอาคารแฟลตตามฟ้องและส่งคืนในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๒,๙๗๕ บาท และต่อไปอีกเดือนละ ๕๙๕ บาท นับถัดจากเดือนฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบอาคารแฟลตคืนแก่โจทก์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยทำสัญญาเช่าซื้ออาคารแฟลตของโจทก์ตามฟ้อง ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรวม ๒๔๐ งวด งวดละ ๕๙๕ บาท ภายในวันที่ ๑๐ ของทุกเดือน หากค้างชำระสองงวดติดต่อกัน ให้ถือว่าจำเลยผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาได้ จำเลยค้างชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๒๔ รวม ๕ งวด โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา จำเลยได้นำเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดไปชำระให้โจทก์ และผ่อนชำระค่าเช่าซื้อในงวดต่อไปให้โจทก์ต่อมาจนถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๒๖ หลังจากนั้นไม่ยอมชำระให้อีก
พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาว่าสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์และจำเลยเลิกกันตั้งแต่โจทก์บอกเลิกการเช่าซื้อแล้ว หรือไม่ เห็นว่า ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตกลงทำสัญญาเช่าซื้ออาคารแฟลตของโจทก์ จำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อ โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยแล้ว ขอให้ขับไล่และให้ชำระค่าเสียหายเท่ากับจำนวนค่าเช่าซื้อระหว่างที่ยังอยู่ในอาคารแฟลตของโจทก์นั้น ต้องถือว่าสัญญาเช่าซื้อระงับไปหรือเลิกกันตั้งแต่โจทก์บอกเลิกการเช่าซื้อกับจำเลยแล้ว แม้ภายหลังจากโจทก์บอกเลิกการเช่าซื้อแล้ว จำเลยไม่ออกไปจากอาคารแฟลตที่เช่าซื้อ และส่งเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระกับยังคงชำระเงินค่าเช่าซื้อรายเดือนต่อไปอีก ก็ไม่ได้ความว่าโจทก์ยินยอมให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อยังมีผลผูกพันกันต่อไปตามเดิม และไม่มีข้อเท็จจริงที่จะรับฟังว่าโจทก์จำเลยตกลงกันให้สัญญาเช่าซื้อคงมีต่อไปเช่นกันเพราะจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ที่โจทก์รับเงินนั้นไว้ก็เพื่อบรรเทาความเสียหายซึ่งโจทก์ได้รับอยู่และเรียกร้องให้จำเลยชำระเพราะเหตุที่จำเลยไม่ยอมออกไปจากอาคารแฟลต หาใช่โจทก์รับไว้เป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระและค่าเช่าซื้อสำหรับเดือนต่อ ๆ ไปโดยตกลงให้สัญญาเช่าซื้อคงมีผลผูกพันโจทก์ต่อไปตามเดิมไม่ เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกันแล้วจำเลยไม่ยอมออกไปจากอาคารแฟลตเช่นนี้ ย่อมเป็นการอยู่ในอาคารนั้นโดยละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ทันทีโดยไม่จำต้องบอกกล่าวจำเลยก่อนแต่อย่างใด ส่วนที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยรับผิดค่าเสียหายเท่ากับจำนวนค่าเช่าซื้อระหว่างที่จำเลยไม่ยอมออกไปจากอาคารแฟลต นั้น ก็เป็นค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยรับผิดได้ และเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งคดี
พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยออกไปจากอาคารแฟลต เลขที่ ๒๗/๑๒ ถนนสุขาภิบาล ๑ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๕๙๕ บาทนับแต่เดือนกันยายน ๒๕๒๖ เป็นต้นไป จนกว่าจะออกไปจากอาคารแฟลตของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1481/2531
การเคหะแห่งชาติ ฯ โจทก์
นางสาวพรรณี เจริญศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การเคหะแห่งชาติ ฯ · จำเลย - นางสาวพรรณี เจริญศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม การปลื้มจิตต์ · จำนง นิยมวิภาค · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมเกียรติ เจริญสวรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถาวร ตันตราภรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา