⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6378/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6378/2555

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวข้อความที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าบุคคลนั้นมีพฤติกรรมในทางไม่ดี เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุแต่เกษียณอายุไปแล้วได้ทำหนังสือต่อว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการขณะเกิดเหตุเกี่ยวกับเรื่องการประเมิน ส. ครูในโรงเรียนว่า "ลองเอาแบบประเมินครูมาประเมินโจทก์ร่วม ให้คะแนนอย่างยุติธรรมดูซิว่าครูกับตัวโจทก์ร่วมมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด โจทก์ร่วมทราบไหมว่าบางข้อเขาไม่มีหน้าที่ต้องทำและไม่ได้รับมอบหมายให้คะแนนศูนย์ มันยุติธรรมหรือไม่..." ข้อความดังกล่าวเป็นการกล่าวถึงโจทก์ร่วมว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของครูว่า ประเมินอย่างไม่ยุติธรรม ซ้ำเติมไม่มีเมตตาธรรมต่อครู ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าโจทก์ร่วมมีพฤติกรรมในทางไม่ดี น่าระอาไม่เหมาะที่จะเป็นครูผู้บริหารของโรงเรียน การประเมินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับจำเลย และแม้จำเลยจะเคยเป็นครูผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวมาก่อนก็ตาม แต่ก็ไม่ปรากฏว่าขณะเกิดเหตุจำเลยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของโรงเรียนแต่อย่างใด กรณีจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.328

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายศักดา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 (ที่ถูก มาตรา 328) ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ร่วมรับราชการครูตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลท่าหลวง จำเลยเคยรับราชการครูที่โรงเรียนอนุบาลท่าหลวงจนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการ จำเลยเป็นผู้จัดทำเอกสาร แล้วนำไปให้โจทก์ร่วมกับครูโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงอีกหลายคน มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าข้อความใน แผ่นที่ 4 ที่มีข้อความเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานครูอัตราจ้างของโรงเรียนอนุบาลท่าหลวง เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ แผ่นที่ 4 ที่มีการระบุข้อความเกี่ยวกับการประเมินครูอัตราจ้างที่จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ร่วมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินว่าให้โจทก์ร่วมลองเอาแบบประเมินครูอัตราจ้างมาประเมินตนเอง ให้คะแนนอย่างยุติธรรมดูซิว่าครูอัตราจ้างที่โจทก์ร่วมประเมินกับตัวโจทก์ร่วมเองมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด โจทก์ร่วมทราบไหมว่าบางข้อเขาไม่มีหน้าที่ต้องทำและไม่ได้รับมอบหมายแล้วให้คะแนน 0 มันยุติธรรมหรือไม่..." เห็นว่า ข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นการกล่าวถึงโจทก์ร่วมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายสุนทร ครูอัตราจ้างโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงอย่างไม่ยุติธรรมเป็นการซ้ำเติมนายสุนทรและไม่มีเมตตาธรรม ซึ่งข้อความดังกล่าวข้างต้นนั้นมีความหมายให้ผู้อื่นที่ได้อ่านหรือได้ฟังเกิดความรู้สึกและเข้าใจต่อตัวโจทก์ร่วมว่ามีพฤติกรรมไปในทางไม่ดีไม่เหมาะสมที่จะเป็นครูผู้บริหารของโรงเรียน น่าระอากับพฤติกรรมของโจทก์ร่วม นอกจากนี้หากแม้ว่าโจทก์ร่วมจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินตามที่จำเลยกล่าวอ้างก็ตาม การประเมินในเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจำเลย เป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับการประเมินจะแสดงความคิดเห็นหรือข้อความเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน แม้ทางนำสืบของจำเลยจะอ้างว่าจำเลยกระทำไปในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนท่าหลวงมาก่อนก็ตามแต่ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากทางนำสืบว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงแต่อย่างใด กรณีจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6378/2555 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายศักดา มัทวาธิ โจทก์ร่วม นายสุวิทย์ ทวิมังสะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · โจทก์ร่วม - นายศักดา มัทวาธิ · จำเลย - นายสุวิทย์ ทวิมังสะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · กรองเกียรติ คมสัน · อิสสระ นิ่มละมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายวิริยะ ภูมิจำนงค์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางปดารณี ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3482/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2467ฎีกา 3901/2545ฎีกา 772/2469ฎีกา 975/2531ฎีกา 7788/2552ฎีกา 4324/2552ฎีกา 7651/2552ฎีกา 295/2505ฎีกา 1273/2506ฎีกา 3992/2539ฎีกา 3/2542ฎีกา 110/2516ฎีกา 10839/2557ฎีกา 1105/2519ฎีกา 117/2529ฎีกา 148/2543ฎีกา 108/2525ฎีกา 2172/2537ฎีกา 2887/2540ฎีกา 3050/2544ฎีกา 613/2532ฎีกา 295/2541ฎีกา 2408/2522ฎีกา 7497/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา