⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7462/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7462/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำพิพากษาในคดีที่พิพาทกันในประเด็นเรื่องผู้จัดการมรดก ไม่ผูกพันคดีที่พิพาทกันในประเด็นข้อกำหนดเกี่ยวกับทรัพย์สินในพินัยกรรม 2. พินัยกรรมฉบับหลังที่ไม่มีข้อความเพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อน หรือข้อกำหนดในพินัยกรรมฉบับก่อน ให้ถือว่าพินัยกรรมหรือข้อกำหนดในพินัยกรรมฉบับก่อนยังคงมีอยู่ เว้นแต่พินัยกรรมฉบับหลังจะขัดแย้งกับพินัยกรรมฉบับก่อนในสาระสำคัญ 3. ทายาทโดยธรรมมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ทำพินัยกรรมในส่วนที่ไม่ได้จำหน่ายโดยพินัยกรรมเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ในคดีก่อนซึ่งโจทก์ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกและจำเลยกับ พ. คัดค้านนั้น มีประเด็นสำคัญในคดีเพียงว่า ผู้ใดสมควรเป็นผู้จัดการมรดก ไม่ได้พิพาทเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับทรัพย์สินในพินัยกรรม แม้โจทก์จำเลยจะเป็นคู่ความเดียวกัน คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าวก็ไม่ผูกพันคดีนี้ และศาลในคดีนี้ก็พิจารณาพิพากษาได้ว่า ข้อกำหนดในพินัยกรรมฉบับแรกถูกเพิกถอนไปแล้วหรือไม่ พินัยกรรมฉบับแรก ผู้ทำพินัยกรรมยกที่ดิน 4 แปลง และบ้านให้แก่จำเลยกับพี่น้องของผู้ทำพินัยกรรม และระบุตัดทายาทอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมไม่ให้รับมรดก พินัยกรรมฉบับที่ 2 ผู้ทำพินัยกรรมยกที่ดินอีก 3 แปลง ซึ่งไม่ใช่ที่ดินที่ระบุในพินัยกรรมฉบับแรกให้พี่น้องของผู้ทำพินัยกรรม เมื่อพินัยกรรมฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นพินัยกรรมฉบับหลังไม่มีข้อความให้เพิกถอนพินัยกรรมฉบับแรกหรือข้อกำหนดในพินัยกรรมฉบับแรก จึงต้องถือว่าพินัยกรรมหรือข้อกำหนดในพินัยกรรมฉบับแรกยังคงมีอยู่ และกรณีไม่ใช่พินัยกรรมฉบับก่อนและฉบับหลังขัดกัน เมื่อพินัยกรรมฉบับแรกสมบูรณ์ ทรัพย์สินในพินัยกรรมฉบับแรกจึงไม่ใช่ทรัพย์สินนอกพินัยกรรมฉบับที่ 2 แต่เป็นการที่ผู้ตายกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินแต่ละรายไว้ในพินัยกรรมแต่ละฉบับ โจทก์แม้เป็นทายาทโดยธรรมแต่ไม่ใช่ผู้รับพินัยกรรมจึงมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ทำพินัยกรรมในส่วนที่ไม่ได้จำหน่ายโดยพินัยกรรมเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1694 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1697

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเติมส่งมอบทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 3183, 5086, 20374, 1115 และ 113677 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมตามส่วน หากจำเลยไม่ดำเนินการขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์และนายไพบูลย์ เป็นบุตรของนายเติม เจ้ามรดกผู้ทำพินัยกรรม เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2534 เจ้ามรดกทำพินัยกรรมฉบับแรกแบบเอกสารฝ่ายเมือง ยกทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 5086 ตำบลคลองหนึ่ง (ท่าโขลง) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) เลขที่ 8448 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เลขที่ 3183 ตำบลคลองหนึ่ง (คลอง 1 ตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) เลขที่ 1115 ตำบลบางหวายใต้ (คลองซอยที่ 1 ฝั่งตะวันตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และบ้านเลขที่ 4/6 หมู่ที่ 17 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ให้แก่จำเลย จ่าสิบตำรวจลักษณ์ นางน้อม นายเจียก และนายเต็ม ซึ่งเป็นพี่น้องของเจ้ามรดกโดยไม่มีชื่อโจทก์เป็นผู้รับพินัยกรรม และแต่งตั้งให้บุคคลดังกล่าวทั้งห้าคนเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ต่อมาวันที่ 27 พฤศจิกายน 2535 เจ้ามรดกทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองฉบับที่ 2 ยกทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 9010 และ 9009 ตำบลบางแค (หลักสอง) อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร และเลขที่ 1213 ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอเชียงราก จังหวัดปทุมธานี ให้แก่พี่น้องทั้งห้าคนเช่นเดียวกับพินัยกรรมฉบับแรก และให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก โดยโจทก์ไม่ได้เป็นผู้รับพินัยกรรม ต่อมาเจ้ามรดกทำพินัยกรรมฉบับที่ 3 และที่ 4 อีกสองฉบับ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมฉบับที่ 4 ต่อศาลแพ่งธนบุรี โดยมีนายไพบูลย์บุตรของเจ้ามรดกยื่นคำคัดค้านเป็นผู้คัดค้านที่ 1 และจำเลยยื่นคำคัดค้าน เป็นผู้คัดค้านที่ 2 คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก ตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8045/2544 ต่อมามีการแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 1115 ตามพินัยกรรมฉบับแรกออกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 113677 ตำบลบางหวายใต้ (คลองซอยที่ 1 ฝั่งตะวันตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตามสำเนาโฉนดที่ดิน ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 20374 ตำบลคลองหนึ่ง (ท่าโขลง) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ตามสำเนาโฉนดที่ดิน เฉพาะส่วนของเจ้ามรดกซึ่งไม่ได้เป็นทรัพย์สินตามข้อกำหนดในพินัยกรรมฉบับที่ 1 และที่ 2 ได้ถูกการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเวนคืนไปแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกมีสิทธิได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 3183, 5086, 1115 และ113677 หรือไม่ ผู้ทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินตามพินัยกรรม ฉบับแรกลงวันที่ 21 มิถุนายน 2534 และพินัยกรรมฉบับที่ 2 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2535 ในพินัยกรรมฉบับแรกผู้ทำพินัยกรรมทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 5086, 8448, 3183 และ 1115 และบ้านเลขที่ 4/6 หมู่ที่ 17 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ให้แก่จำเลย จ่าสิบตำรวจลักษณ์ นางน้อม นายเจียก และนายเต็ม ซึ่งเป็นพี่น้องของผู้ทำพินัยกรรม โดยโจทก์ไม่ได้เป็นผู้รับพินัยกรรมตามพินัยกรรมฉบับแรก และในพินัยกรรมฉบับแรกนั้นเองผู้ทำพินัยกรรมได้ระบุตัดทายาทอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมไม่ให้รับมรดกด้วย ส่วนพินัยกรรมฉบับที่ 2 ผู้ทำพินัยกรรมทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9010, 9009 และ 1213 ให้แก่บุคคลซึ่งเป็นพี่น้องของผู้ทำพินัยกรรมรวม 5 คน ดังเช่นพินัยกรรมฉบับแรกและไม่ให้บุคคลอื่นรับมรดก โดยที่พินัยกรรมฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นพินัยกรรมฉบับหลังไม่มีข้อความให้เพิกถอนพินัยกรรมฉบับแรกหรือข้อกำหนดใดในพินัยกรรมฉบับแรก จึงยังถือว่าพินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมฉบับแรกยังคงมีอยู่และกรณีก็ไม่ใช่พินัยกรรมฉบับก่อนและฉบับหลังขัดกันแต่ประการใด เมื่อพินัยกรรมฉบับแรกสมบูรณ์ ทรัพย์สินในพินัยกรรมฉบับแรกจึงไม่ใช่ทรัพย์สินนอกพินัยกรรมฉบับที่ 2 แต่เป็นเรื่องที่ผู้ทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินแต่ละรายการไว้ในพินัยกรรมแต่ละฉบับ ที่โจทก์อ้างว่า ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงยุติว่าพินัยกรรมฉบับแรกได้ถูกเพิกถอนไปแล้วโดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8045/2544 จำเลยจึงต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมฉบับแรกให้โจทก์นั้น เห็นว่า ประเด็นที่สำคัญในคดีดังกล่าวคือใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดกระหว่างโจทก์ นายไพบูลย์ หรือจำเลย ตามที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้าง มิได้พิพาทเกี่ยวกับเรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับทรัพย์สินในพินัยกรรม คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวแม้โจทก์จำเลยจะเป็นคู่ความเดียวกันก็ไม่ผูกพันคดีนี้ และศาลในคดีนี้ก็พิจารณาพิพากษาได้ว่าข้อกำหนดในพินัยกรรมฉบับแรกถูกเพิกถอนไปแล้วหรือไม่ สำหรับโจทก์แม้เป็นทายาทโดยธรรมคนหนึ่งของผู้รับพินัยกรรมก็ไม่มีสิทธิในทรัพย์สินที่ระบุไว้ในพินัยกรรมฉบับแรก ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิในที่ดินโฉนดเลขที่ 3183, 5086, 1115 และ 113677 โจทก์คงมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ทำพินัยกรรมในส่วนที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรมเท่านั้น สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 20374 ตำบลคลองหนึ่ง (ท่าโขลง) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) แม้เป็นทรัพย์ที่ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม ถือว่าเป็นทรัพย์ที่มิได้จำหน่ายโดยพินัยกรรมจึงเป็นทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่โจทก์และทายาทโดยธรรมอื่น แต่เมื่อปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวถูกเวนคืนแล้ว จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ตามคำขอท้ายคำฟ้องของโจทก์ได้ โจทก์คงมีสิทธิในค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตามส่วนของโจทก์ หากจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้รับค่าทดแทนการเวนคืนจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยก็มีหน้าที่ต้องแบ่งปันให้แก่ทายาทของเจ้ามรดกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7462/2555 นายปรีดา พุ่มแพร โจทก์ ร้อยตรีเล็ก พุ่มแพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปรีดา พุ่มแพร · จำเลย - ร้อยตรีเล็ก พุ่มแพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · พฤษภา พนมยันตร์ · อธิป จิตต์สำเริง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอธิราช มณีภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายธีรวัฒน์ วิสุทธิภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2019/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6593/2537ฎีกา 2388/2551ฎีกา 564-567/2479ฎีกา 3140/2538ฎีกา 8856/2551ฎีกา 1648/2505ฎีกา 1311/2505ฎีกา 2599/2533ฎีกา 387/2535ฎีกา 73/2538ฎีกา 973/2536ฎีกา 7219/2552ฎีกา 3188/2529ฎีกา 2291/2536ฎีกา 1045/2492ฎีกา 6/2534ฎีกา 533/2509ฎีกา 554/2532ฎีกา 6/2495ฎีกา 3880/2536ฎีกา 7377/2538ฎีกา 1624/2511ฎีกา 2414/2532ฎีกา 907/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา