คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11414/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของนายกเทศมนตรีซึ่งเป็นผู้แทนของเทศบาลอันมีฐานะเป็นนิติบุคคล ย่อมถือเป็นการกระทำของเทศบาลนั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 เป็นเทศบาลอันมีฐานะเป็นนิติบุคคล และตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 48 เตรส กำหนดให้นายกเทศมนตรีรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ในฐานะนายกเทศมนตรีเป็นผู้แทนของเทศบาลจำเลยที่ 1 ความประสงค์ของเทศบาลจำเลยที่ 1 ย่อมแสดงออกโดยผ่านจำเลยที่ 2 ดังนั้น เมื่อเทศบาลจำเลยที่ 1 กระทำความผิดโดยเกิดจากการแสดงออกของจำเลยที่ 2 จึงต้องถือว่าการกระทำอันเป็นความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วยและไม่อาจปัดความผิดไปให้ผู้อื่นได้ จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดร่วมกับจำเลยที่ 1
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ม.117 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ม.118
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117, 118 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และปรับจำเลยทั้งสองโดยคำนวณตามพื้นที่ของสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลงในคลองระแหง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117 วรรคหนึ่ง, 118 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 113,400 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 75,600 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีสมาชิกสภาเทศบาลประกอบเป็นเทศบาลและมีฐานะเป็นนิติบุคคล การลงมติเพื่อกระทำการใดได้กระทำโดยสมาชิกสภาเทศบาล จำเลยที่ 2 ลงนามตามมติของสมาชิกสภาเทศบาล หากการกระทำดังกล่าว ขัดต่อกฎหมายก็เป็นเรื่องของมติของสมาชิกสภาเทศบาลและตัวสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมลงมติเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมาย หาใช่จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนนิติบุคคลไม่นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นเทศบาลอันมีฐานะเป็นนิติบุคคล และตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 48 เตรส กำหนดให้นายกเทศมนตรีรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ในฐานะนายกเทศมนตรีเป็นผู้แทนของเทศบาลจำเลยที่ 1 ความประสงค์ของเทศบาลจำเลยที่ 1 ย่อมแสดงออกโดยผ่านจำเลยที่ 2 ดังนั้น เมื่อเทศบาลจำเลยที่ 1 กระทำผิดโดยเกิดจากการแสดงออกของจำเลยที่ 2 จึงต้องถือว่าการกระทำอันเป็นความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 ด้วย และไม่อาจปัดความผิดไปให้ผู้อื่นได้ จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ส่วนสมาชิกสภาเทศบาลที่เข้าร่วมประชุมและมีมติให้กระทำการอันเป็นความผิดจะมีความผิดดังที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นหรือไม่นั้น เมื่อสมาชิกสภาเทศบาลดังกล่าวมิได้ถูกดำเนินคดีในคดีนี้ด้วย ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปพิจารณาว่ากล่าวแยกต่างหากจากคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องด้วยนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11414/2556
พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์
เทศบาลตำบลระแหง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - เทศบาลตำบลระแหง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิพนธ์ ใจสำราญ · พันวะสา บัวทอง · ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายสุรชัย พิริยชนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมเจริญ พุทธิประเสริฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | สว.(อ)7/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา