⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6770/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6770/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 ที่เป็นความผิดต่อเนื่อง ย่อมไม่ขาดอายุความจนกว่าจะมีการระงับการกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยก่อสร้างเขื่อนเรียงหินล่วงล้ำเข้าไปในทะเลภายในน่านน้ำไทยตั้งแต่ปี 2546 เจ้าท่ามีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนเขื่อนเรียงหินออกจากทะเลให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 30 วัน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 118 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 เมื่อครบกำหนดจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวและเป็นความผิดต่อเนื่องจนถึงวันฟ้อง จึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ม.117 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2547 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 7 เมษายน 2547 เวลากลางวันต่อเนื่องกันตลอดมา จำเลยก่อสร้างเขื่อนเรียงหินรุกล้ำลงไปในทะเล หาดบ้านบางน้ำจืดอันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือทะเลภายในน่านน้ำไทย มีเนื้อที่ 132 ตารางเมตร โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117, 118 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117 (ที่ถูก 117 วรรคหนึ่ง), 118 ปรับ 66,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงปรับ 44,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิงแวดล้อมวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่โจทก์และจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังได้ว่า บ้านจำเลยปลูกอยู่บริเวณหาดบ้านบางน้ำจืด ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำเลยได้ก่อสร้างเขื่อนเรียงหินลักษณะเป็นรูปตัวยูคว่ำล้อมบ้านจำเลยเพื่อเป็นเครื่องกำบังคลื่นในหน้ามรสุม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายสมเกียรติ เจ้าหน้าที่บริหารงานขนส่งทางน้ำที่ 4 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพยานเบิกความได้ความว่า พยานมีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยรับผิดชอบในเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2547 พยานได้รับหนังสือร้องเรียนตามเอกสาร จ.1 ว่าจำเลยปลูกสร้างเขื่อนกั้นน้ำล่วงล้ำลงไปในทะเลจึงได้ไปตรวจสอบพบว่ามีการปลูกสร้างเขื่อนเรียงหินกั้นน้ำล่วงล้ำเข้าไปในทะเลเป็นความกว้าง 24 เมตร ยาว 26 เมตร รวมเนื้อที่ 624 ตารางเมตร ลักษณะเขื่อนเป็นรูปตัวยูคว่ำกำบังบ้านไว้ บริเวณดังกล่าวตามปกติมีน้ำท่วมถึงซึ่งเป็นเนื้อที่ทะเล สอบถามชาวบ้านแล้วทราบว่าเขื่อนดังกล่าวเป็นของจำเลย บริเวณเขื่อนระบุวันก่อสร้างไว้ช่วงปลายปี 2546 พยานจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ วันที่ 10 มิถุนายน 2547 สำนักงานการขนส่งทางน้ำที่ 4 สาขาสุราษฎร์ธานีมีหนังสือตามเอกสารหมาย จ. 2 แจ้งให้จำเลยรื้อถอนเขื่อนเรียงหินดังกล่าว นายชุมพล เป็นผู้รับหนังสือไว้แทนแต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการรื้อถอน พยานจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลย พันตำรวจโทธวัชชัย พนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุปรากฎว่ามีเขื่อนเรียงหินถาวรอยู่บริเวณด้านหลังบ้านจำเลย ซึ่งอยู่ติดทะเลส่วนหน้าบ้านจำเลยเป็นถนนสาธารณะพยานได้ทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ แผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุและถ่ายรูปไว้ตามเอกสารหมาย จ.5 และ จ.7 ภาพถ่ายหมาย จ.6 เห็นว่า ได้ความจากนายสมเกียรติพยานโจทก์ว่า บริเวณบ้านที่จำเลยปลูกอยู่นั้นปกติมีน้ำทะเลท่วมถึงซึ่งเป็นพื้นที่ทะเล พันตำรวจโทธวัชชัยซึ่งเป็นผู้ตรวจสถานที่เกิดเหตุก็ยืนยันว่า หลังบ้านจำเลยอยู่ติดทะเลและได้แจ้งให้จำเลยไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อทำการตรวจสอบรังวัดที่เกิดเหตุปรากฏว่าได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ จำเลยเบิกความว่า บริเวณที่ดินของจำเลยไม่จำต้องออกเอกสารสิทธิ์เนื่องจากเป็นที่หัวสวนซึ่งเจือสมกับพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านอยู่ไม่มีเอกสารสิทธิ์และจากคำเบิกความของนายสมเกียรติและพันตำรวจโทธวัชชัยประกอบบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุกับแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตและภาพถ่ายตามเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.7 เมื่อฟังประกอบกันแล้วเห็นได้ชัดว่าที่ดินของจำเลยดังกล่าวเป็นที่ดินที่อยู่ติดทะเลและเป็นบริเวณที่มีน้ำทะเลท่วมถึง บริเวณดังกล่าวจึงถือว่าเป็นทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือชายหาดของทะเล เมื่อปรากฎว่าปี 2546 จำเลยได้ทำการก่อสร้างเขื่อนเรียงหินล้อมบ้านจำเลยไว้เป็นรูปตัวยูคว่ำดังกล่าวจึงเป็นการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำเข้าไปในทะเลภายในน่านน้ำไทยหรือชายหาดของทะเล จำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าแนวเขื่อนดังกล่าวมีมาแต่เดิมตั้งแต่บิดาจำเลยปลูกบ้าน ที่ดินของจำเลยไม่มีเอกสารสิทธิ์เพราะเป็นที่หัวสวนและบริเวณที่ทำเขื่อนเรียงหินไม่ปรากฎแนวเขตของกรมเจ้าท่าเป็นทำนองว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่า แม้จะได้รับความตามที่จำเลยกล่าวอ้างก็ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิก่อสร้างเขื่อนเรียงหินล่วงล้ำลงไปในทะเลหรือชายหาดของทะเลได้แต่อย่างใด ส่วนข้อที่จำเลยกล่าวอ้างมาในคำแก้ฎีกาว่า คดีขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า จำเลยก่อสร้างเขื่อนเรียงหินล่วงล้ำเข้าไปในทะเลภายในน่านน้ำไทยตั้งแต่ปี 2546 เจ้าท่ามีคำสั่งเป็นหนังสือตามเอกสารหมาย จ.2 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2547 ให้จำเลยรื้อถอนเขื่อนเรียงหินออกจากทะเลให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 30 วัน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 118 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 เมื่อครบกำหนดจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวและเป็นความผิดต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6770/2551 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นางถัด ศรีสุขใส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นางถัด ศรีสุขใส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · สบโชค สุขารมณ์ · เกรียงศักดิ์ คงผล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 920/2550ฎีกา 7665/2543ฎีกา 9323/2554ฎีกา 5494/2534ฎีกา 2673/2527ฎีกา 198/2564ฎีกา 9650/2553ฎีกา 2205/2537ฎีกา 2269/2538ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1763/2506ฎีกา 11414/2556ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 1338/2523ฎีกา 845/2550ฎีกา 353/2556ฎีกา 471/2513ฎีกา 2633/2527ฎีกา 4926/2552ฎีกา 159/2544ฎีกา 1064/2472ฎีกา 7851/2544ฎีกา 4814/2545ฎีกา 3873/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา