⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2212/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์หรือการฟ้องคดีต่อศาลของผู้เสียหายต้องกระทำภายในกำหนดเวลาเดียวกัน และหากวันสุดท้ายของกำหนดเวลาเป็นวันหยุดราชการ ให้ถือเอาวันเริ่มทำงานใหม่เป็นวันสุดท้ายของกำหนดเวลานั้น

ย่อคำพิพากษา

กำหนดเวลาที่ให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นจะเป็นอันขาดอายุความนั้น เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีที่ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ฯลฯ แต่ถ้าผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์เสียก่อน จะใช้สิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลด้วยตนเองก็ย่อมกระทำได้ภายในกำหนดระยะเวลาเดียวกัน แต่เมื่อวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาเป็นวันหยุด ซึ่งตามประเพณีงดเว้นการงานท่านให้นับวันที่เริ่มทำงานใหม่เข้าด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 161 ดังนั้น การที่ระยะเวลาที่ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ในคดีนี้ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 24 อันเป็นวันหยุดราชการ ผู้เสียหายยื่นฟ้องคดีต่อศาลในวันที่ 25ซึ่งเป็นวันเริ่มทำงานใหม่ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.156 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันทำสัญญาโอนขายฝากที่ดินสินสมรสของโจทก์กับภริยา โดยจำเลยทั้งสองรู้ดีว่าจำเลยที่ ๑ ผู้ขายฝากไม่มีกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนแล้วก็ปล่อยให้หลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยที่ ๒ ทำให้โจทก์เสียหายโจทก์เพิ่งทราบการกระทำของจำเลยเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๑๐ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐, ๓๕๓ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง ถึงวันนัด ศาลสอบถามโจทก์โจทก์แถลงว่ามิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนก่อนฟ้องคดี ศาลชั้นต้นงดการไต่สวน และในวันเดียวกันวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความพิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งหรือพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องใหม่ แล้วประทับฟ้องเฉพาะข้อหาฐานโกงเจ้าหนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า พยานหลักฐานไม่พอฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้และเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกำหนด ๓ เดือนไป ๑ วันแม้วันสุดท้ายที่จะร้องทุกข์ได้ เป็นวันที่ ๒๔ เป็นวันหยุดราชการ โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายก็อาจร้องทุกข์ต่อพนักงานตำรวจได้ เมื่อมิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด๓ เดือน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามฟ้องและคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว จึงไม่วินิจฉัยในประเด็นว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ทางพิจารณาได้ความรับกันว่า โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๑๐ ระยะเวลาที่โจทก์จะร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ จะสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม๒๕๑๐ ปรากฏว่าวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๑๐ เป็นวันเข้าปุริมพรรษาและเป็นวันเสาร์ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๐ ตรงกับวันอาทิตย์ อันเป็นวันหยุดราชการตามปกติ วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๐ เป็นวันหยุดราชการชดเชยวันเข้าปุริมพรรษา โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๐จึงเกินกำหนดเวลา ๓ เดือนไป ๑ วัน ศาลฎีกาพิเคราะห์เห็นว่าอันกำหนดเวลาให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นเป็นอันขาดอายุความนั้นเป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีที่ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ แต่ถ้าผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์เสียก่อนจะใช้สิทธินำคดีฟ้องต่อศาลด้วยตนเอง ก็ย่อมกระทำได้ภายในกำหนดระยะเวลาเดียวกัน แต่เมื่อวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาเป็นวันหยุดซึ่งตามประเพณีงดเว้นการงาน ท่านให้นับวันที่เริ่มทำงานใหม่เข้าด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑ ดังนั้นโจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๐ ได้ ฟ้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกาชี้ขาดการกระทำของจำเลยทั้งสองว่าเป็นความผิดตามโจทก์ฟ้องด้วยนั้น ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยการกระทำของจำเลยว่าเป็นความผิดหรือไม่ จำเป็นต้องให้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดความข้อนี้เสียก่อน พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2515 นายจรูญ รักษ์เจริญ โจทก์ นายสหาก ขำวิลัย ที่ 1 นายยูซบ สุขถาวร ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจรูญ รักษ์เจริญ · จำเลย - นายสหาก ขำวิลัย ที่ 1 นายยูซบ สุขถาวร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท สุคนธมาน · ประพนธ์ ศาตะมาน · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายเกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4411/2531ฎีกา 123/2528ฎีกา 5494/2534ฎีกา 198/2564ฎีกา 3026/2517ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1127/2523ฎีกา 2799/2527ฎีกา 2205/2537ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1777/2554ฎีกา 6103/2545ฎีกา 4085/2559ฎีกา 13335/2555ฎีกา 836/2537ฎีกา 3360-3410/2543ฎีกา 1074/2511ฎีกา 268/2521ฎีกา 582/2510ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 2899/2543ฎีกา 119/2505ฎีกา 5246/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา