คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2554
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทำความเสียหายแก่กองมรดก และการร้องทุกข์สามารถกระทำได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลมีคำสั่งตั้ง จ. เป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแล้วย่อมถือว่า จ. เป็นตัวแทนของทายาททั้งหมด มีหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์มรดก ทั้งดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทำความเสียหายแก่กองมรดกด้วย ดังนั้นเมื่อ จ. นำคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไปดำเนินการที่ธนาคาร ก. สาขาวังทอง เพื่อขอรับเงินในบัญชีของเจ้ามรดก แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าจำเลยนำคำสั่งศาลแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมารับเงินในบัญชีไปแล้ว ย่อมถือว่า จ. รู้เรื่องผู้กระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว และต้องถือว่าโจทก์ร่วมในฐานะทายาททราบเรื่องกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้วด้วย
แม้วันสุดท้ายที่โจทก์ร่วมมีสิทธิร้องทุกข์ จะตรงกับวันหยุดราชการ แต่การร้องทุกข์สามารถกระทำได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ โจทก์ร่วมไม่ร้องทุกข์ในวันสุดท้าย คดีจึงขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 354 ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 496,166.14 บาท แก่วัดซำรังผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา วัดซำรัง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 352 ลงโทษจำคุกมีกำหนด 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและเบิกความรับข้อเท็จจริงบางส่วนในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 496,166.14 บาท แก่โจทก์ร่วม
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 พยานโจทก์ เบิกความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายจันทร์ เป็นผู้จัดการมรดกของพระครูอ่อนสาผู้ตาย เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งแล้วย่อมถือว่านายจันทร์เป็นตัวแทนของทายาททั้งหมด มีหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์มรดก ทั้งดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทำความเสียหายแก่กองมรดกด้วย ดังนั้นเมื่อนายจันทร์นำคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไปดำเนินการที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาวังทอง เพื่อขอรับเงินในบัญชีของพระครูอ่อนสาแต่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าจำเลยนำคำสั่งศาลแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมารับเงินในบัญชีนายอ่อนสาไปแล้ว ย่อมถือว่านายจันทร์รู้เรื่องผู้กระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แม้พยานโจทก์ทั้งหมดไม่ได้เบิกความยืนยันเกี่ยวกับวันเวลาที่ไปดำเนินการกับธนาคาร เห็นว่า คดีร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนและไม่มีข้อยุ่งยากเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความจึงสามารถคัดถ่ายสำเนาคำสั่งศาลได้ในวันที่มีคำสั่งทันที จึงเป็นไปได้ที่นายจันทร์จะได้รับคำสั่งศาลในวันที่ 28 สิงหาคม 2543 แล้วไปดำเนินการกับธนาคารทันที แต่อย่างไรก็ดีหากนายจันทร์ได้รับคำสั่งศาลในวันที่ 5 กันยายน 2543 และไปดำเนินการกับธนาคารในวันที่ 5 กันยายน 2543 ดังที่โจทก์ฎีกา ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2543 แม้วันที่ 5 ธันวาคม 2543 จะถือเป็นวันหยุดราชการแต่การร้องทุกข์สามารถกระทำได้ทุกวัน คดีนี้โจทก์ร่วมร้องทุกข์วันที่ 6 ธันวาคม 2543 จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2554
พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์
วัดซำรัง โจทก์ร่วม
นายตา โฮมภิรมย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · โจทก์ร่วม - วัดซำรัง · จำเลย - นายตา โฮมภิรมย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ณรงค์ ธนะปกรณ์ · พันวะสา บัวทอง · พิศล พิรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายประจักษ์ ฤทธิธาดา · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิจิตร วิสุชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.2094/2550 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา