⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 18303/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18303/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดและโทษที่จำเลยได้รับแล้ว ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยกระทำความผิดนั้นย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง และจำเลยจะฎีกาในประเด็นดังกล่าวต่อไปไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 โดยขอให้ลงโทษสถานเบาและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยอาศัยอำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง มิได้วินิจฉัยเพราะจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงเป็นอันถึงที่สุดตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิฎีกาในประเด็นดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.245 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 67, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 371 ริบของกลาง และให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 360/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย แต่ปฏิเสธข้อหาร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 371 การกระทำของจำเลยทั้งสาม (ที่ถูก เฉพาะจำเลยที่ 3) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นความผิดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ซึ่งแต่ละบทมีโทษเท่ากัน ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสามและลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน แม้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว และจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ มาตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน จนถึงชั้นพิจารณาก็เป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้ล่อซื้อจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ขณะส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้และมาเบิกความยืนยันความผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วยตนเอง ทั้งเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 120,000 เม็ด หนัก 10,752.770 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2,867.407 กรัม ซึ่งตามสภาพและลักษณะแห่งความผิดย่อมเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชนโดยทั่วไป อาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคมและเกิดอาชญากรรมเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้เสพ รัฐต้องเสียงบประมาณแผ่นดินในการปราบปรามยาเสพติดให้โทษเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการป้องกันผลร้ายที่จะเกิดขึ้นแก่สังคมต่อไป เห็นสมควรลงโทษสถานหนัก คดีจึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 สำหรับจำเลยที่ 3 เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่อาจนำโทษจำคุกฐานมีและพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนมาเรียงกระทงลงโทษได้อีก คงให้ลงโทษประหารชีวิตแต่เพียงสถานเดียว ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยาร่วมกันวางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยทั้งสาม แล้วจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมเงินสด 3,300,000 บาท ที่ใช้ล่อซื้อ และจับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 120,000 เม็ด น้ำหนัก 10,752.770 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2,867.407 กรัม เป็นของกลาง ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ในข้อหาร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย โจทก์ไม่อุทธรณ์ ข้อหานี้จึงเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 และมีเหตุสมควรลดโทษให้แก่จำเลยที่ 2 ตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ไม่ พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 โดยขอให้ลงโทษสถานเบาและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 245 วรรคสอง มิได้วินิจฉัยเพราะจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงเป็นอันถึงที่สุดตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิฎีกาในประเด็นดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน และยกฎีกาของจำเลยที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18303/2556 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นายบรรยา แซ่ย่าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · จำเลย - นายบรรยา แซ่ย่าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัส ติงสมิตร · ธีระพงศ์ จิระภาค · ถมรัตน์ เลิศไพรวัน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพะเยา - นายประสาทพร เสริมศิริ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายพิชัย นิลทองคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2372/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 295/2530ฎีกา 2105/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 2692/2537ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 7217/2544ฎีกา 180/2554ฎีกา 16243/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1069/2547ฎีกา 6416/2541ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2931/2549ฎีกา 3555/2547ฎีกา 2841/2555ฎีกา 4105/2541ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5632/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา