⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2170/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2170/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่พนักงานที่ขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติไม่ตรงตามความประสงค์ในการรับบุคคลเข้ารับราชการ ไม่เป็นเหตุให้เรียกเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนที่พนักงานได้รับไปโดยชอบด้วยกฎหมายคืนได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีคำสั่งแต่งตั้งให้จำเลยเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนตำบลในตำแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับ 3 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 ประกอบมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2538) ข้อ 2 ประกอบมติคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้มีความผูกพันกันตามกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมสัญญา จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการเลิกสัญญาและกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับ จำเลยเข้ารับราชการเป็นพนักงานของโจทก์และปฏิบัติราชการไปตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตลอดมา การที่โจทก์จ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นให้แก่จำเลย ถือได้ว่าเป็นการให้เงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนการทำงานของจำเลยในฐานะที่เป็นพนักงานของโจทก์ ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของจำเลยที่จะได้รับจากการทำงานของตน ขณะเดียวกันโจทก์ก็ได้รับผลแห่งการงานที่จำเลยได้กระทำในระหว่างที่เป็นพนักงานของโจทก์เป็นการตอบแทนด้วย แม้ภายหลังคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครนายกจะตรวจสอบพบว่าจำเลยเป็นผู้ไม่ปรากฏชื่อว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ก็เป็นเพียงเรื่องที่จำเลยขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติไม่ตรงตามความประสงค์ของโจทก์ในการรับบุคคลเข้ารับราชการอันเป็นเหตุให้โจทก์เลิกจ้างหรือให้จำเลยพ้นจากราชการได้เท่านั้น หาเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่จำเลยมีสิทธิได้รับโดยชอบด้วยกฎหมายในระหว่างที่ยังเป็นพนักงานของโจทก์คืนจากจำเลยไม่ เงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่จำเลยได้รับจึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยได้รับมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้และต้องคืนเงินนั้นให้แก่โจทก์ฐานลาภมิควรได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 173,230.20 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังว่า โจทก์บรรจุแต่งตั้งให้จำเลยเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับ 3 อัตราเงินเดือน 7,630 บาท โดยใช้บัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้เป็นพนักงานส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จังหวัดนครนายก จำเลยโอนย้ายไปดำรงตำแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับ 3 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนพะยอม อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ต่อมาอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ขอให้โจทก์ตรวจสอบการใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ว่ามีชื่อจำเลยเป็นผู้สอบแข่งขันได้จริงหรือไม่ โจทก์มีหนังสือขอให้คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครนายกตรวจสอบ ผลปรากฏว่าไม่มีชื่อจำเลยเป็นผู้สอบแข่งขันได้ โจทก์แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยและแจ้งให้จำเลยคืนเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่จำเลยได้รับระหว่างรับราชการกับโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องคืนเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่จำเลยได้รับระหว่างรับราชการกับโจทก์ให้แก่โจทก์หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยเป็นผู้ไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้เพื่อบรรจุได้ตามประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้เพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้เป็นพนักงานส่วนตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จำเลยจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการกับโจทก์ตั้งแต่แรก การที่โจทก์จ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่จำเลยก็สืบเนื่องจากหลงผิดในคุณสมบัติของจำเลย เมื่อโจทก์ทราบความจริงก็ได้ดำเนินคดีกับจำเลยทั้งทางแพ่งและอาญา ถือได้ว่าโจทก์แสดงเจตนาใช้สิทธิยกเลิกนิติกรรมสัญญากับจำเลยแล้ว คู่กรณีจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม จำเลยทำงานกับโจทก์โดยไม่สุจริตและโจทก์จ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่จำเลยจึงปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ จำเลยจึงต้องคืนเงินเต็มจำนวนแก่โจทก์ฐานลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 หาใช่ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยแต่อย่างใดไม่ เห็นว่า การที่โจทก์มีคำสั่งแต่งตั้งให้จำเลยเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนตำบลในตำแหน่งนักวิชาการศึกษา ระดับ 3 เป็นการแต่งตั้งโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 ประกอบมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2538) ข้อ 2 ประกอบมติคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 8/2550 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2550 ไม่ได้มีความผูกพันกันตามกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมสัญญา จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการเลิกสัญญาและกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ตามที่โจทก์ฎีกาได้ คดีนี้ จำเลยเข้ารับราชการเป็นพนักงานของโจทก์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2550 และปฏิบัติราชการไปตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ตลอดมา การที่โจทก์จ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นให้แก่จำเลย ถือได้ว่าเป็นการให้เงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนการทำงานของจำเลยในฐานะที่เป็นพนักงานของโจทก์ ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของจำเลยที่จะได้รับจากการทำงานของตน ขณะเดียวกันโจทก์ก็ได้รับผลแห่งการงานที่จำเลยได้กระทำในระหว่างที่เป็นพนักงานของโจทก์เป็นการตอบแทนด้วย แม้ภายหลังคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครนายกจะตรวจสอบพบว่าจำเลยเป็นผู้ไม่ปรากฏชื่อว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ก็เป็นเพียงเรื่องที่จำเลยขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติไม่ตรงตามความประสงค์ของโจทก์ในการรับบุคคลเข้ารับราชการกับโจทก์ ต่อมาจำเลยได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์ ซึ่งหากจำเลยยังไม่ลาออก การขาดคุณสมบัติดังกล่าวก็เป็นเพียงเหตุให้โจทก์เลิกจ้างหรือให้จำเลยพ้นจากราชการได้เท่านั้น หาเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกเงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ที่จำเลยมีสิทธิได้รับโดยชอบด้วยกฎหมายในระหว่างที่ยังเป็นพนักงานของโจทก์คืนจากจำเลยไม่ เงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่จำเลยได้รับจึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยได้รับมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้และต้องคืนเงินนั้นให้แก่โจทก์ฐานลาภมิควรได้ดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2170/2556 องค์การบริหารส่วนตำบลลำคอหงษ์ โจทก์ นายบัญศาสตร์ ฉิมบันทึก หรือนายจิรวัฒน์ วิเสส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การบริหารส่วนตำบลลำคอหงษ์ · จำเลย - นายบัญศาสตร์ ฉิมบันทึก หรือนายจิรวัฒน์ วิเสส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พศวัจณ์ กนกนาก · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงนครราชสีมา - นายยงยุทธ โสพิลา · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางปิยนุช จรูญรัตนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3308/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 1608/2529ฎีกา 9091/2538ฎีกา 4590/2553ฎีกา 6607/2560ฎีกา 8755/2551ฎีกา 823/2548ฎีกา 2569/2521ฎีกา 2013/2531ฎีกา 299/2490ฎีกา 1061/2511ฎีกา 846/2481ฎีกา 3362/2537ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 2564/2546ฎีกา 3940/2528ฎีกา 1631-1634/2508ฎีกา 2518/2517ฎีกา 8012/2568ฎีกา 1550/2479ฎีกา 1045/2496ฎีกา 775/2473ฎีกา 819/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา