⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6124/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6124/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอก ผู้เอาประกันภัยย่อมต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้น และบริษัทประกันภัยในฐานะผู้รับประกันภัยย่อมต้องรับผิดต่อผู้เสียหายตามสัญญาประกันภัยด้วย

ย่อคำพิพากษา

แม้คดีอาญาศาลจะยกฟ้อง พ. ระบุว่า พ. มิได้กระทำโดยประมาทก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงยุติว่า พ. เป็นคนขับรถคันที่โจทก์รับประกันภัยไว้แล่นข้ามเกาะกลางถนนพุ่งชนรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ มีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โดยสารมาด้วยเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยทั้งสี่จึงมีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจาก พ. และโจทก์ เมื่อจำเลยทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก พ. และโจทก์ โจทก์ยอมชำระค่าเสียหายให้จำเลยทั้งสี่ เงินจำนวนนี้จึงเป็นเงินที่จำเลยทั้งสี่รับมาโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ มิใช่เงินที่จำเลยทั้งสี่รับมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างกฎหมายที่จะเป็นลาภมิควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 406 วรรคหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่รถที่ พ. ขับเสียหลักเป็นเพราะความประมาทของผู้ใดก็เป็นเรื่องที่ พ. จะไปว่ากล่าวกับบุคคลนั้น ไม่เกี่ยวกับจำเลยทั้งสี่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 702,732 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 700,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสี่ตกลงกันให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดคดีในประเด็นพิพาทข้อเดียวว่า เงินที่โจทก์จ่ายแก่จำเลยทั้งสี่รวม 700,000 บาท ตามคำฟ้องเป็นลาภมิควรได้หรือไม่ สละประเด็นข้อพิพาทอื่น ๆ และส่งเอกสารประกอบการวินิจฉัยโดยต่างรับว่าเอกสารที่แต่ละฝ่ายส่งถูกต้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 700,000 บาท คืนโจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 กรกฎาคม 2549) สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 3 และนับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2549 สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 4 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันฟังยุติว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ภฉ - 6192 กรุงเทพมหานคร นางพรฉัตรขับรถยนต์คันดังกล่าวเสียหลักแล่นข้ามเกาะกลางถนนชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน วฬ 6758 กรุงเทพมหานคร มีจำเลยที่ 1 เป็นคนขับสวนทางมาในช่องเดินรถฝั่งตรงข้ามทำให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ที่นั่งมาด้วยบาดเจ็บสาหัส พนักงานอัยการฟ้องนางพรฉัตรและนางศิริพรเป็นจำเลยต่อศาลแขวงนนทบุรี ข้อหาขับรถโดยประมาท และความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกโดยนางศิริพรขับรถยนต์กระบะบรรทุกสิ่งของโต๊ะ เก้าอี้ เต็มคันรถไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันเป็นเหตุให้เก้าอี้เหล็กหรือโต๊ะปลิวลงมาตกกระแทกรถคันอื่นแล้วกระเด็นมาถูกรถของนางพรฉัตรที่ขับรถมาด้วยเร็วไม่ระมัดระวังเป็นเหตุให้รถยนต์ที่นางพรฉัตรขับเสียหลักข้ามเกาะกลางถนนไปชนรถที่จำเลยที่ 1 ขับ ทำให้จำเลยทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่คดีอาญาดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณา จำเลยทั้งสี่ฟ้องนางพรฉัตรและโจทก์เป็นจำเลยต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ข้อหาละเมิดเรียกให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ค่าเสียหายจากการที่นางพรฉัตรขับรถพุ่งเข้าชนรถของจำเลยที่ 1 แล้วโจทก์กับจำเลยทั้งสี่ตกลงกันได้โดยโจทก์ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยทั้งสี่ 700,000 บาท จำเลยทั้งสี่ได้รับเงินและขอถอนฟ้องคดีไปแล้ว ต่อมาศาลแขวงนนทบุรีมีคำพิพากษาในคดีอาญาให้ยกฟ้องนางพรฉัตรโดยวินิจฉัยว่านางพรฉัตรไม่ได้เป็นผู้กระทำโดยประมาทแต่นางศิริพรเป็นผู้ประมาทขับรถยนต์กระบะบรรทุกสิ่งของไม่ระมัดระวังโต๊ะเก้าอี้ตกหล่นกระแทกรถผู้อื่น แล้วกระเด็นถูกรถของนางพรฉัตรทำให้รถนางพรฉัตรเสียหลักข้ามเกาะกลางถนนไปเฉี่ยวชนรถอื่นตามคำพิพากษาศาลแขวงนนทบุรี คดีอาญาดังกล่าวในส่วนของนางพรฉัตรถึงที่สุดไปแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่คืนเงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ เพราะนางพรฉัตรไม่ใช่ผู้กระทำโดยประมาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ว่าเงิน 700,000 บาท ที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับมาจากโจทก์เป็นลาภมิควรได้ที่จำเลยทั้งสี่ต้องคืนให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้คดีอาญาศาลแขวงนนทบุรีจะพิพากษายกฟ้องนางพรฉัตรระบุว่านางพรฉัตรมิได้กระทำโดยประมาทก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติว่านางพรฉัตรเป็นคนขับรถคันที่โจทก์รับประกันภัยไว้แล่นข้ามเกาะกลางถนนพุ่งเข้าชนรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ มีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โดยสารมาด้วยเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยทั้งสี่จึงมีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากนางพรฉัตรและโจทก์ เมื่อจำเลยทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนางพรฉัตรและโจทก์ โจทก์ยอมชำระค่าเสียหายให้จำเลยทั้งสี่รวม 700,000 บาท เงินจำนวนนี้จึงเป็นเงินที่จำเลยทั้งสี่รับมาโดยมีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ มิใช่เงินที่จำเลยทั้งสี่รับมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างกฎหมายที่จะเป็นลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 วรรคหนึ่ง แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่รถที่นางพรฉัตรขับเสียหลักเป็นเพราะความประมาทของผู้ใดก็เป็นเรื่องที่นางพรฉัตรจะไปว่ากล่าวกับบุคคลนั้นไม่เกี่ยวกับจำเลยทั้งสี่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่าเป็นลาภมิควรได้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6124/2556 บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวีระชัย ตันติตรีญาณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายวีระชัย ตันติตรีญาณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · ไชยยงค์ คงจันทร์ · สมยศ เข็มทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายอำนวย โอภาพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2763/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 1608/2529ฎีกา 9091/2538ฎีกา 4590/2553ฎีกา 6607/2560ฎีกา 8755/2551ฎีกา 823/2548ฎีกา 2569/2521ฎีกา 2013/2531ฎีกา 299/2490ฎีกา 1061/2511ฎีกา 846/2481ฎีกา 3362/2537ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 2564/2546ฎีกา 3940/2528ฎีกา 1631-1634/2508ฎีกา 2518/2517ฎีกา 8012/2568ฎีกา 1550/2479ฎีกา 1045/2496ฎีกา 775/2473ฎีกา 819/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา