คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6530/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งห้ามจำเลยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตาม ป.อ. มาตรา 50 จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยกระทำความผิดโดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้น และศาลเห็นว่าอาจกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก แต่หากความผิดนั้นไม่เกี่ยวกับอาชีพหรือวิชาชีพของจำเลย จะไม่อาจนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลจะนำ ป.อ. มาตรา 50 มาใช้บังคับต้องได้ความว่า จำเลยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และได้กระทำความผิดโดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และศาลเห็นว่าหากจำเลยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไป อาจกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ศาลจะสั่งไว้ในคำพิพากษาห้ามประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไปแล้วก็ได้ แต่ความผิดของจำเลยเป็นความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 160 ตรี วรรคสี่ ไม่เกี่ยวกับอาชีพหรือวิชาชีพที่จำเลยประกอบอยู่ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลของจำเลย จึงหาใช่คำสั่งตาม ป.อ. มาตรา 50 ไม่ แต่เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย กรณีจึงไม่อาจนำ ป.อ. มาตรา 50 มาใช้บังคับได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157, 160 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 291 เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ระหว่างพิจารณา นายอากิระ สามีนางพิณนรี ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 1,500,000 บาท และคืนรถยนต์ของผู้ตายหรือใช้ราคา 300,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ส่วนข้อหาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ผู้ร้องไม่เป็นผู้เสียหายจึงไม่อนุญาต
จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง
ก่อนสืบพยาน โจทก์ร่วมและจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความสำหรับค่าเสียหายในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2) (4),157, 160 ตรี วรรคสี่ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 3 ปี และปรับ 60,000 บาท ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก 5 ปี และปรับ 70,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 35,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี แต่ให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติประจำศาลจังหวัดชลบุรี 3 ครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลฉบับที่ 52007452 ของจำเลย
โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี วรรคสี่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 30,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้นำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 50 มาบังคับใช้แก่จำเลยเพื่อให้จำเลยมีสิทธิใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลฉบับที่ 52007452 ของจำเลยต่อไปนั้น เห็นว่า การที่ศาลจะนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 50 มาใช้บังคับต้องได้ความว่า จำเลยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และได้กระทำความผิดโดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือเนื่องจากการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ และศาลเห็นว่าหากจำเลยประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นต่อไป อาจกระทำความผิดเช่นนั้นขึ้นอีก ศาลจะสั่งไว้ในคำพิพากษาห้ามประกอบอาชีพหรือวิชาชีพนั้นมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษไปแล้วก็ได้ แต่ความผิดของจำเลยในคดีนี้เป็นความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 160 ตรี วรรคสี่ ไม่เกี่ยวกับอาชีพหรือวิชาชีพที่จำเลยประกอบอยู่ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลฉบับที่ 52007452 ของจำเลย จึงหาใช่คำสั่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 50 ไม่ แต่เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย กรณีจึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 50 มาใช้บังคับได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6530/2556
พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์
นายอากิระ คูโบตะ โจทก์ร่วม
นายเกรียงศักดิ์ ไผ่ชู จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · โจทก์ร่วม - นายอากิระ คูโบตะ · จำเลย - นายเกรียงศักดิ์ ไผ่ชู |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร · เปรมศักดิ์ ชื่นชวน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายไพรัช หนุนพระเดช · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนาคม ลิ้มภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.4708/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา