⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6535/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6535/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ให้พิจารณาจากข้อความที่ปรากฏในคำฟ้องเท่านั้น โดยไม่นำพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบ

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้นจำต้องพิจารณาแต่เพียงเฉพาะข้อความที่ปรากฏตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องเท่านั้น ไม่จำต้องพิจารณาถึงพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,478,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,367,029 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัด ศาลพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวสำหรับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,355,748 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 26 กรกฎาคม 2549) ให้ไม่เกิน 111,071 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แทนจนครบ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แต่เพียงว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินไปว่ามีกี่ครั้ง ครั้งละจำนวนเท่าใด รวมทั้งวันเวลาและสถานที่ที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินไปและในชั้นพิจารณาคดีโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้แจ้งชัดว่าจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินจากลูกค้ารายใดไปเมื่อวันที่เท่าใด และไม่ได้แสดงหลักฐานการยักยอกเป็นรายๆ ไป เห็นว่า การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้นจำต้องพิจารณาแต่เพียงเฉพาะข้อความที่ปรากฎตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องเท่านั้น โดยมิพักจำต้องพิจารณาถึงพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบเข้าด้วยกันแต่อย่างใดไม่ เมื่อพิเคราะห์ฟ้องโจทก์ที่บรรยายสรุปได้ความว่าเมื่อระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2548 จำเลยที่ 1 ลูกจ้างโจทก์นำสินค้าไปส่งและรับเงินค่าสินค้ามาจากลูกค้าหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 1,367,029 บาท แต่จำเลยที่ 1 กลับเบียดบังยักยอกเอาเงินดังกล่าวที่จะต้องส่งมอบให้แก่โจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดด้วย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ดังนั้นคำฟ้องดังกล่าวจึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 สำหรับข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างมาในอุทธรณ์นั้นเป็นแต่เพียงรายละเอียดของพฤติการณ์แห่งคดีที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6535/2556 บริษัทควอลิตี้ฟู้ดส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โจทก์ นายสังสรรค์หรืออาทิตย์ หัตถกิจจานุกิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทควอลิตี้ฟู้ดส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด · จำเลย - นายสังสรรค์หรืออาทิตย์ หัตถกิจจานุกิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายระบิล จันทรภิรมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.2282/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 4715/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 5086/2537ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา