⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8032/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8032/2556

ป.พ.พ. ม.193, 587

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับจ้างทำของที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงาน ถือเป็นการรับจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 และอายุความในการฟ้องร้องเรียกค่าจ้างคือ 2 ปี นับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตามมาตรา 193/34 (7)

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์ให้รื้อถอนและต่อเติมโครงหลังคาเหล็กโรงสีข้าวของจำเลยที่ 1 โดยจ้างเหมาค่าแรงต่อตารางเมตร โจทก์เป็นฝ่ายจัดหาเครื่องมือสำหรับใช้ในการทำงาน ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายจัดหาสัมภาระ การทำงานของโจทก์จึงเป็นการรับเหมาก่อสร้างเป็นลักษณะของการรับจ้างทำของชนิดหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 แม้โจทก์ลงมือทำงานด้วยก็หาทำให้โจทก์เป็นช่างฝีมือตามมาตรา 193/34 (1) ไม่ ความรับผิดของผู้ว่าจ้างจึงไม่อยู่ในอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) โจทก์ฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากผู้ว่าจ้างจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจรับทำการงานเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับจากการนั้น ต้องเรียกร้องเอาภายใน 2 ปี นับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามมาตรา 193/34 (7) โจทก์ส่งมอบงานก่อสร้างประมาณเดือนมีนาคม 2545 และจำเลยที่ 1 ชำระค่าจ้างครั้งสุดท้ายวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 อายุความจึงเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายตามมาตรา 193/14 (1) ประกอบมาตรา 193/15 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2547 เกิน 2 ปี แล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 862,744.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 740,106 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดเป็นเงินไม่เกิน 75,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ คดีนี้ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นช่างฝีมือหรือไม่ แต่ได้วินิจฉัยว่าการงานที่โจทก์ทำไม่ใช่การที่ได้ทำเพื่อกิจการของลูกหนี้จึงมีอายุความ 2 ปี ศาลฎีกาจึงเห็นควรวินิจฉัยปัญหาตามคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ก่อนว่า โจทก์เป็นช่างฝีมือหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสี่แก้ฎีกาว่าโจทก์เป็นช่างก่อสร้าง รับจ้างก่อสร้าง ซึ่งไม่ใช่งานวิศวกรรม การฟ้องเรียกค่าจ้างจึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7) สำหรับปัญหานี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์ให้รื้อถอนและต่อเติมโครงหลังคาเหล็กโรงสีข้าวของจำเลยที่ 1 โดยจ้างเหมาค่าแรงต่อตารางเมตร โจทก์เป็นฝ่ายจัดหาเครื่องมือสำหรับใช้ในการทำงาน ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายจัดหาสัมภาระสำหรับการทำงาน ดังนั้น การทำงานของโจทก์เป็นการรับเหมาก่อสร้างเป็นลักษณะของการรับจ้างทำของชนิดหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 แม้โจทก์ลงมือทำงานด้วยก็หาทำให้โจทก์เป็นช่างฝีมือตามมาตรา 193/34 (1) ไม่ ความรับผิดของผู้ว่าจ้างจึงไม่อยู่ในบังคับอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) โจทก์ฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากผู้ว่าจ้าง จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจรับทำการงานเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับจากการนั้น ต้องเรียกร้องเอาภายใน 2 ปี นับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามมาตรา 193/34 (7) ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ส่งมอบงานก่อสร้างประมาณเดือนมีนาคม 2545 และจำเลยที่ 1 ชำระค่าจ้างครั้งสุดท้ายวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 อายุความจึงเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายดังกล่าวตามมาตรา 193/14 (1) ประกอบมาตรา 193/15 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2547 เกิน 2 ปี แล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความเมื่อได้วินิจฉัยมาแล้วว่าโจทก์มิใช่ช่างฝีมือ กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไปว่าเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเองหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8032/2556 นายอัฐพร เลิศวิไลนริศ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีข้าวสมหมายร้อยเอ็ด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอัฐพร เลิศวิไลนริศ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีข้าวสมหมายร้อยเอ็ด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมพล โพธิ์กิ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพณ.168/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 11571/2557ฎีกา 2036/2542ฎีกา 15036/2558ฎีกา 11161/2558ฎีกา 3314/2549ฎีกา 654/2541ฎีกา 1092/2505ฎีกา 258/2530ฎีกา 8801/2550ฎีกา 7190/2557ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 917/2564ฎีกา 793/2507ฎีกา 128/2536ฎีกา 14887/2551ฎีกา 145/2554ฎีกา 1940/2539ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 4725/2550ฎีกา 8007/2548ฎีกา 158/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา