⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1199/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำที่แสดงความไม่พอใจหรือความไม่เชื่อต่อบุคคลอื่นในระหว่างการโต้เถียงด้วยความโกรธ โดยมีเหตุอันควรจากการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นการใส่ความอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยทะเลาะโต้เถียงกันด้วยความโกรธ ต่างคนต่างว่าซึ่งกันและกัน ที่จำเลยพูดว่า "มึงโกงกู" เป็นคำโต้ตอบโจทก์เนื่องจากจำเลยไม่เชื่อว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ให้จำเลยแล้วโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร จะถือว่าจำเลยเจตนาใส่ความโจทก์อันจะเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.326

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เพราะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เห็นว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมา จำเลยได้พูดกับโจทก์ว่า "มึงโกงกู" ไม่ถือว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียตามคลองธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณา ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 4 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์รับราชการครูที่โรงเรียนวัดธงชัยราม จำเลยรับราชการที่โรงเรียนวัดเทวประสาทซึ่งสามีโจทก์เป็นผู้อำนวยการ เย็นวันเกิดเหตุโจทก์ไปรอสามีโจทก์ซึ่งประชุมครูอยู่ที่โรงเรียนวัดเทวประสาท เมื่อประชุมเสร็จจำเลยออกจากห้องประชุม โจทก์เข้าไปพูดคุยกับจำเลยเรื่องเงินจำนวน 30,000 บาท ที่โจทก์ยืมจากจำเลย แล้วเกิดการโต้เถียงกัน โจทก์อ้างว่าได้ชำระหนี้ให้จำเลยแล้วโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่จำเลยไม่เชื่อและพูดว่า เหตุใดจึงไม่นำเงินสดมาคืน เพราะตอนยืมก็รับเงินสดไป มึงโกงกู จำเลยพูดในขณะที่สามีโจทก์ นางศิริลักษณ์ และนางสาววิไลพรรณ ครูโรงเรียนวัดเทวประสาทอยู่ด้วย ส่วนโจทก์ด่าจำเลยว่า อีตอแหล อีเหี้ย อีสัตว์ และคำหยาบอีกหลายคำ พนักงานอัยการได้ฟ้องโจทก์ในความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 โจทก์ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษโจทก์ คดีถึงที่สุด ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงโจทก์และจำเลยทะเลาะโต้เถียงกันด้วยความโกรธ ต่างคนต่างว่าซึ่งกันและกัน คำว่า มึงโกงกู เป็นคำโต้ตอบโจทก์เนื่องจากจำเลยไม่เชื่อว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ให้จำเลยแล้วโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร จะถือว่าจำเลยเจตนาใส่ความโจทก์อันจะเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และไม่จำต้องพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) หรือไม่ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2557 นางรัชนี จูมี โจทก์ นางสมจิตร สุขดิษฐ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรัชนี จูมี · จำเลย - นางสมจิตร สุขดิษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม · พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว · บุญไชย ธนาพันธ์สิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเอกรินทร์ รุ่งรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายพีระพงษ์ เธียรประดับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4031/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 291/2536ฎีกา 426/2512ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 295/2505ฎีกา 1273/2506ฎีกา 3992/2539ฎีกา 5393/2534ฎีกา 110/2516ฎีกา 1140/2522ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1208/2506ฎีกา 1105/2519ฎีกา 117/2529ฎีกา 858/2523ฎีกา 148/2543ฎีกา 108/2525ฎีกา 2172/2537ฎีกา 2887/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา