⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5870/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5870/2557

พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.91 · พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.91

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิเรียกร้องเพื่อเป็นการประกันหนี้ จะมีผลผูกพันเมื่อได้บอกกล่าวหรือได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ก. ซึ่งศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2544 ตามหนังสือแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด บริษัท ก. เป็นลูกหนี้ของจำเลยโดยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2540 บริษัท ก. ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับค่าจ้างตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารโครงการ ค. ที่มีต่อบริษัท ค. ให้แก่จำเลยตามหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ซึ่งบริษัทดังกล่าวชำระเงินให้แก่จำเลยไม่ตรงตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง จำเลยจึงยื่นฟ้องบริษัท ค. ต่อศาลและเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2543 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัท ค. ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยตามสำเนาคำพิพากษา ต่อมาบริษัท ก. ถูกพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัท ก. ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในมูลหนี้ที่มีอยู่ตามสัญญากู้ยืมเงิน ขายลดตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด ทรัสต์รีซีท และจำนอง ตามสำเนาคำขอรับชำระหนี้และสัญญาจำนอง ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม 2546 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ค. เด็ดขาด ตามสำเนาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับลงวันที่ 11 เมษายน 2546 และลงประกาศโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2546 ตามสำเนาประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สำเนาประกาศหนังสือพิมพ์และราชกิจจานุเบกษาซึ่งจำเลยไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ค. ปัญหาว่าการที่จำเลยไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากทรัพย์สินของบริษัท ค. เป็นการละเมิดต่อกองทรัพย์สินของบริษัท ก. จำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องข้อ 2 ระบุว่าการโอนสิทธิเรียกร้องที่บริษัท ก. จำกัด มีต่อบริษัท ค. ให้แก่จำเลยเพื่อเป็นการประกันหนี้ต่าง ๆ ของบริษัท ก. ที่มีต่อจำเลย ซึ่งหากจำเลยได้รับชำระหนี้ตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องต่ำกว่าหนี้สิน บริษัท ก. ยังคงต้องรับผิดในส่วนที่ขาดต่อโจทก์ตามสัญญาข้อ 8 ทั้งยังต้องรับผิดในมูลหนี้เดิมตามสัญญาข้อ 9 ภาระหนี้ที่บริษัท ก. จะต้องรับผิดต่อจำเลยจึงเป็นไปตามหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องซึ่งเกิดจากความสมัครใจของบริษัท ค. ที่จะตกลงผูกพันเช่นนั้น เมื่อทั้งบริษัท ค. และบริษัท ก. ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ย่อมก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยในฐานะเจ้าหนี้ที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2493 มาตรา 91 จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทุกคน ส่วนจำเลยจะยื่นคำขอรับชำระหนี้คนใดไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้คนใดก็เป็นสิทธิของจำเลย และเมื่อไม่ปรากฏว่าการงดเว้นไม่ขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัทเป็นการงดเว้นการใช้สิทธิซึ่งมีความประสงค์ให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ก. การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นละเมิดต่อกองทรัพย์สินของบริษัท ก. จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้รับผิดค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.91 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2493 ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 152,912,663.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 141,729,614.38 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทกรีไทย จำกัด ซึ่งศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2544 ตามหนังสือแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด บริษัทกรีไทย จำกัด เป็นลูกหนี้ของจำเลยโดยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2540 บริษัทกรีไทย จำกัด ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างอาคารโครงการคลาส - วี บิลดิ้ง ที่มีต่อบริษัทคลาส - วี จำกัด จำนวน 770,000,000 บาท ให้แก่จำเลยตามหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ซึ่งบริษัทดังกล่าวชำระเงินให้แก่จำเลยไม่ตรงตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง จำเลยจึงยื่นฟ้องบริษัทคลาส - วี จำกัด ต่อศาล และเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2543 ศาลแพ่งพิพากษาให้บริษัทคลาส - วี จำกัด ชำระเงิน 114,436,010.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น 100,558,101.73 บาท นับแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย ตามสำเนาคำพิพากษา ต่อมาบริษัทกรีไทย จำกัด ถูกพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัทกรีไทย จำกัด ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในมูลหนี้ที่มีอยู่ตามสัญญากู้ยืมเงิน ขายลดตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด ทรัสต์รีซีทและจำนอง ตามสำเนาคำขอรับชำระหนี้และสัญญาจำนอง ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม 2546 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทคลาส - วี จำกัด เด็ดขาด ตามสำเนาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับลงวันที่ 11 เมษายน 2546 และลงประกาศโฆษณาในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2546 ตามสำเนาประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำเนาประกาศหนังสือพิมพ์ และราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจำเลยไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทคลาส - วี จำกัด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัทคลาส - วี จำกัด เป็นการละเมิดต่อกองทรัพย์สินของบริษัทกรีไทย จำกัด หรือไม่ เห็นว่า ในเรื่องละเมิดต้องเป็นเรื่องการจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย ซึ่งการกระทำนั้น รวมถึงการงดเว้นในหน้าที่ที่จะต้องกระทำเพื่อป้องกันผล พฤติการณ์ของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อบริษัทกรีไทย จำกัด ก็คือ การที่จำเลยงดเว้นไม่นำหนี้ตามคำพิพากษาจำนวน 141,719,614.38 บาท ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัทคลาส - วี จำกัด โดยอ้างว่าทำให้กองทรัพย์สินของบริษัทกรีไทย จำกัด ได้รับความเสียหายเท่ากับจำนวนหนี้ดังกล่าว เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ข้อ 2 ระบุว่าการโอนสิทธิเรียกร้องที่บริษัทกรีไทย จำกัด มีต่อบริษัทคลาส - วี จำกัด ให้แก่จำเลยก็เพื่อเป็นการประกันหนี้ต่าง ๆ ของบริษัทกรีไทย จำกัด ที่มีต่อจำเลย ซึ่งหากจำเลยได้รับชำระหนี้ตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องต่ำกว่าหนี้สิน บริษัทกรีไทย จำกัด ก็ยังต้องรับผิดในส่วนที่ขาดต่อโจทก์ตามสัญญา ข้อ 8 ทั้งยังต้องรับผิดในมูลหนี้เดิมตามสัญญา ข้อ 9 ภาระหนี้ที่บริษัทกรีไทย จำกัด จะต้องรับผิดต่อจำเลยจึงเป็นไปตามหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ซึ่งเกิดจากความสมัครใจของบริษัทกรีไทย จำกัด ที่จะตกลงผูกพันเช่นนั้น เมื่อทั้งบริษัทคลาส - วี จำกัด และบริษัทกรีไทย จำกัด ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ย่อมก่อให้สิทธิแก่จำเลยในฐานะเจ้าหนี้ที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 91 จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทุกคน ส่วนจำเลยจะยื่นคำขอรับชำระหนี้คนใด หรือไม่ยื่นคำขอชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้คนใดก็เป็นสิทธิของจำเลย และเมื่อไม่ปรากฏว่าการงดเว้นไม่ขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัทคลาส - วี จำกัด ของจำเลยเป็นการงดเว้นการใช้สิทธิซึ่งมีความประสงค์ให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทกรีไทย จำกัด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นละเมิดต่อกองทรัพย์สินของบริษัทกรีไทย จำกัด จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้รับผิดค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5870/2557 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทกรีไทย จำกัด โจทก์ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทกรีไทย จำกัด · จำเลย - ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · ธีระพงศ์ จิระภาค · สมชาย สินเกษม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสมเกียรติ เต็งสุวรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ พรหมสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1340/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1001/2509ฎีกา 275/2567ฎีกา 8080/2538ฎีกา 9487/2558ฎีกา 946/2509ฎีกา 4275/2560ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 3527/2536ฎีกา 2049/2528ฎีกา 1808/2512ฎีกา 6555/2542ฎีกา 44/2549ฎีกา 10438/2558ฎีกา 6066/2539ฎีกา 2289/2536ฎีกา 4667/2549ฎีกา 3396/2527ฎีกา 6349/2537ฎีกา 690/2509ฎีกา 4702/2550ฎีกา 806/2538ฎีกา 2999/2531ฎีกา 1237/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา