⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8732/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8732/2558

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ม.26, 54

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลแรงงานมีอำนาจย่นหรือขยายระยะเวลาได้ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 26 เมื่อมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเท่านั้น โดยไม่อาจนำ ป.วิ.พ. มาตรา 23 มาใช้บังคับโดยอนุโลมได้.

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 บัญญัติให้อำนาจศาลแรงงานในการย่นหรือขยายระยะเวลาไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำ ป.วิ.พ. มาตรา 23 ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไปมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ได้ และตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 ได้วางหลักเกณฑ์ว่าจะกระทำได้เมื่อมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม หาได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะกระทำได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและต้องทำก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเช่นที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 23 ไม่ ศาลแรงงานภาค 5 อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 แต่โจทก์ซึ่งทราบวันนัดฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วไม่มาศาล และเพิ่งมายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในวันที่ 16 มกราคม 2555 โจทก์อ้างว่าดำเนินคดีเองแต่ได้ปรึกษานิติกรศาลแรงงานภาค 5 มาโดยตลอด การที่โจทก์ไม่มาฟังคำพิพากษาและติดตามขอคัดคำพิพากษาหรือตรวจสอบรวมทั้งขอคำปรึกษาจากนิติกรศาลแรงงานภาค 5 ว่าคำพิพากษาศาลแรงงานให้อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง จึงเป็นความผิดหรือความบกพร่องของโจทก์เอง มิใช่เหตุความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลแรงงานภาค 5 จะพึงขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ต่อมาสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างได้สมัครเป็นผู้ประกันตนต่อตามมาตรา 39 การที่โจทก์มิได้เป็นผู้มีสภาพการทำงานดังเช่นลูกจ้าง แต่ยังคงเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตามมาตรา 64 เช่นเดียวกับกรณีผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรตามมาตรา 66 และมาตรา 67 และการได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพตามมาตรา 71 ที่ไม่จำต้องคำนึงว่าเป็นผู้มีรายได้จากการประกอบอาชีพ ดังนั้น การที่แพทย์วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นโรคปวดท้องควรพักรักษาตัว 2 วัน โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 80 บาท รวม 2 วัน เป็นเงิน 160 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการอุทธรณ์ที่มีคำวินิจฉัยว่าขณะเป็นผู้ประกันตนโจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรจึงไม่เป็นผู้ประกันตนที่ขาดรายได้เนื่องจากหยุดงานเพื่อรักษาตัวตามมาตรา 64 จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ และขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินทดแทนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 5 พิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด รายละเอียดตามคำร้องลงวันที่ 16 มกราคม 2555 ศาลแรงงานภาค 5 มีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่มีเหตุผลว่ามีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาก่อนวันครบกำหนด ทั้งคำร้องก็ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะขยายระยะเวลาให้ ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่ามีเหตุขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์หรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินคดีแรงงานจึงเข้าใจว่ายื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน โดยไม่ทราบว่ามีกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วัน เพิ่งทราบจากนิติกรศาลแรงงานภาค 5 และล่วงเลยระยะเวลามาแล้ว จึงมีความจำเป็นที่ต้องยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 ไม่ได้บัญญัติว่าศาลแรงงานมีอำนาจย่นหรือขยายระยะเวลาได้จะต้องเป็นกรณีมีพฤติการณ์พิเศษและทำก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย โจทก์จึงมีสิทธิขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 บัญญัติว่า ระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่ศาลแรงงานได้กำหนด ศาลแรงงานมีอำนาจย่นหรือขยายได้ตามความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม อันเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้อำนาจศาลแรงงานในการย่นหรือขยายระยะเวลาไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไปมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ได้ และตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 ได้วางหลักเกณฑ์ว่าจะกระทำได้เมื่อมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม หาได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะกระทำได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและต้องทำก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเช่นที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ไม่ เมื่อปรากฏว่าคดีนี้ศาลแรงงานภาค 5 อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 แต่โจทก์ซึ่งทราบวันนัดฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วไม่มาศาลและเพิ่งมายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในวันที่ 16 มกราคม 2555 โดยอ้างเหตุไม่มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินคดีแรงงานทำให้เข้าใจว่ายื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน ทั้งที่โจทก์อ้างว่าดำเนินคดีเองแต่ได้ปรึกษานิติกรศาลแรงงานภาค 5 มาโดยตลอด การที่โจทก์ไม่มาฟังคำพิพากษาและติดตามขอคัดคำพิพากษาหรือตรวจสอบรวมทั้งขอคำปรึกษาจากนิติกรศาลแรงงานภาค 5 ว่าคำพิพากษาศาลแรงงานให้อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง จึงเป็นความผิดหรือความบกพร่องของโจทก์เอง มิใช่เหตุความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลแรงงานภาค 5 จะพึงขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 26 คำสั่งศาลแรงงานภาค 5 ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8732/2558 นางนภาพรรณ เศวตนันทน์ โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนภาพรรณ เศวตนันทน์ · จำเลย - สำนักงานประกันสังคม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนันท์ ชัยชูสอน · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วาสนา หงส์เจริญ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3817/2537ฎีกา 7174/2542ฎีกา 7083/2548ฎีกา 176/2535ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1843/2551ฎีกา 3542/2545ฎีกา 230/2510ฎีกา 1103/2554ฎีกา 5259/2546ฎีกา 654/2536ฎีกา 4944/2536ฎีกา 16889/2557ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 403/2530ฎีกา 2378/2564ฎีกา 592/2546ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 8631/2550ฎีกา 3192/2532ฎีกา 8770/2548ฎีกา 2981/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ