⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9751/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9751/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ การยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้นถือว่าชอบแล้ว และศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานั้น

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาวันที่ 20 มิถุนายน 2556 โจทก์ที่ 1 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 18 กันยายน 2556 ต่อมาโจทก์ที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ฉบับเดียวกับโจทก์ที่ 2 จึงเป็นการยื่นอุทธรณ์มาภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวแม้โจทก์ที่ 1 ไม่ฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคสอง จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1), (2) ประกอบมาตรา 247 แต่เนื่องจากโจทก์ทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี จึงให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงโจทก์ที่ 2 ใหม่ด้วยตามรูปคดี ศาลฎีกาจึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 1,260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองเสร็จ ให้จำเลยทั้งสองเปิดการใช้กระแสไฟฟ้า และยินยอมให้โจทก์ทั้งสองพร้อมบริวารเข้าไปในสถานที่เช่าอาคารเลขที่ 1883/29 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบธุรกิจตามปกติ และยุติการหมิ่นประมาทโจทก์ที่ 1 หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายในอัตราวันละ 10,000 บาท และในอัตราเดือนละ 12,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะปฏิบัติตามสัญญา จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 250,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 10 ตุลาคม 2555) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 25,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาวันที่ 20 มิถุนายน 2556 โจทก์ที่ 2 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 และ 9 สิงหาคม 2556 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2556 และ 18 กันยายน 2556 ตามลำดับ ส่วนโจทก์ที่ 1 ไม่ได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์แต่ยื่นอุทธรณ์วันที่ 18 กันยายน 2556 ฉบับเดียวกับโจทก์ที่ 2 จึงเป็นการยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 มาไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ได้ยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งที่ 1 ไว้เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2556 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2556 ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2556 โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 18 กันยายน 2556 ต่อมาวันที่ 18 กันยายน 2556 โจทก์ที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ฉบับเดียวกับโจทก์ที่ 2 จึงเป็นการยื่นอุทธรณ์มาภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 จึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์สั่งไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวแม้โจทก์ที่ 1 ไม่ฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคสอง จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1), (2) ประกอบมาตรา 247 เนื่องจากโจทก์ทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีจึงให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงโจทก์ที่ 2 ใหม่ด้วยตามรูปคดี ศาลฎีกาจึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ 2 พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และกระบวนพิจารณาหลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษา และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9751/2558 นายเบนนี่ เบห์นาม โมฟี่ กับพวก โจทก์ บริษัทสตางค์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเบนนี่ เบห์นาม โมฟี่ กับพวก · จำเลย - บริษัทสตางค์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล พิชยวัฒน์ · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · พิทักษ์ คงจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางสาวพรรณิภา วิชิตะกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1615/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา