⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2742/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2742/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลที่มิได้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ถือเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินของ ป. ผู้ขอประกันจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าที่ดินมีสภาพและที่ตั้งไม่ตรงตามรายงานการยึดทรัพย์ แผนที่ตั้งที่ดินโดยสังเขปและประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยปกติศาลชั้นต้นต้องรับคำร้องพร้อมส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 2 ด้วย ในฐานะเป็นบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 280 (1) ว่าจะคัดค้านหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งนัดไต่สวน ส่งสำเนาให้ผู้ประกันและเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยไม่ส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 2 ด้วย ทั้งคำร้องของผู้ร้องมิใช่เป็นคำขอที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้ว่าจะทำได้แต่ฝ่ายเดียวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2) ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาจนกระทั่งมีคำสั่ง และศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจึงเป็นการไม่ชอบ แม้คู่ความมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าว แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2557 เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐม ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15290 ตำบลพะเนียด อำเภอนครชัยศรี (เมือง) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) ของนายประกิต ผู้ขอประกันจำเลยที่ 2 แก่นางมันฟ้า ผู้ร้อง ในราคา 1,100,000 บาท โดยผู้ร้องวางเงินมัดจำไว้จำนวน 250,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า หลังจากผู้ร้องประมูลซื้อที่ดินได้แล้ว ผู้ร้องไปดูสภาพทรัพย์ ปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวถูกล้อมรอบด้วยที่ดินแปลงอื่น เป็นที่ดินตาบอด ต้องผ่านที่ดินของบุคคลอื่นเข้าไป ไม่ตรงกับแผนที่ในประกาศขายที่ระบุว่าติดถนนมีทางเข้าออก และสภาพที่ดินก็เป็นบ่อกุ้ง ไม่ใช่ที่นาตามประกาศขายแต่อย่างใด ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวและคืนเงินมัดจำแก่ผู้ร้อง ผู้ขอประกันจำเลยที่ 2 และเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าศาลล่างทั้งสองดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15290 ตำบลพะเนียด อำเภอนครชัยศรี (เมือง) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) ของนายประกิต ผู้ขอประกันจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพิพาทได้ในราคา 1,100,000 บาท โดยวางเงินมัดจำไว้ 250,000 บาท แต่ปรากฏว่าที่ดินพิพาทมีสภาพที่ดินและที่ตั้งไม่ตรงตามรายงานการยึดทรัพย์ แผนที่ตั้งที่ดินโดยสังเขป และประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยปกติศาลชั้นต้นต้องรับคำร้องพร้อมส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์ และจำเลยที่ 2 ด้วยในฐานะบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (1) ว่าจะคัดค้านหรือไม่ หากมีคำคัดค้านศาลชั้นต้นจะต้องไต่สวน โดยเปิดโอกาสให้คู่กรณีนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อสนับสนุนข้ออ้างและข้อคัดค้านของตนแล้วจึงจะวินิจฉัยชี้ขาดไปตามประเด็นพิพาท การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "นัดไต่สวน สำเนาให้ผู้ประกันและเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้ผู้ร้องนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ หากส่งไม่ได้ให้แถลงศาลทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ หากไม่ดำเนินการถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้อง" โดยไม่ส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 2 ด้วย ทั้งคำร้องของผู้ร้องมิใช่เป็นคำขอที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้ว่าจะทำได้แต่ฝ่ายเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาจนกระทั่งมีคำสั่ง และศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจึงเป็นการไม่ชอบ แม้คู่ความมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าว แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้อง พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่การส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 และมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้รวมไว้สั่งเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2742/2559 นายสิงคาร คลองราษฎร์ โจทก์ นางมันฟ้า วงษ์ทอง ผู้ร้อง บริษัทไทยแลนด์ฟิชเชอรี่ โคลด์สตอเรจ จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสิงคาร คลองราษฎร์ · ผู้ร้อง - นางมันฟ้า วงษ์ทอง · จำเลย - บริษัทไทยแลนด์ฟิชเชอรี่ โคลด์สตอเรจ จำกัด (มหาชน) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทักษ์ คงจันทร์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายคมสัน ทองชม · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3105/2558

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 9028/2542ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2422/2545ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา