⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5299/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความมิได้กำหนดเรื่องดอกเบี้ยไว้ในกรณีผิดนัด คู่สัญญาจะตีความให้ผู้ผิดนัดต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยด้วยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้สัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 2 และข้อ 3 ระบุว่า หากจำเลยขายที่ดินทั้งสองแปลงได้ภายใน 2 ปี จำเลยจะชำระหนี้ให้โจทก์ 1,500,000 บาท โดยโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ย หากจำเลยผิดนัด ให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีก็ตาม แต่สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมิได้กำหนดไว้ว่า หากจำเลยผิดนัดให้โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แสดงว่าคู่สัญญามิได้ประสงค์ที่จะให้มีการคิดดอกเบี้ยเมื่อมีการผิดนัด จะตีความสัญญาประนีประนอมยอมความว่า หากจำเลยไม่ชำระหนี้ภายใน 2 ปี นับแต่วันทำสัญญาแล้ว จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในกรณีผิดนัดด้วยนั้น เป็นการตีความเพื่อให้จำเลยรับผิดเพิ่มขึ้นซึ่งตามสัญญามิได้กำหนดความรับผิดในส่วนดอกเบี้ยไว้ ย่อมไม่ชอบด้วยหลักของการตีความ ทั้งตามสัญญาข้อ 5 มีข้อความระบุด้วยว่า โจทก์และจำเลยไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดอีก ยิ่งแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ได้ว่าไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากจำนวนเงิน 1,500,000 บาท ตามที่ตกลงกันเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงิน 1,500,000 บาท แก่โจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ต่อมาวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคิดดอกเบี้ยจากจำเลยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับแต่วันผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งว่าไม่ปรากฏเรื่องการคิดดอกเบี้ยผิดนัดในสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้ยกคำร้อง โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดได้หรือไม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คู่ความไม่ได้มีข้อตกลงใด ๆ เรื่องดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยกคำร้องชอบด้วยสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยตกลงชำระเงิน 1,500,000 บาท แก่โจทก์ โดยโจทก์ยอมผ่อนผันให้จำเลยขายที่ดินสองแปลงเป็นระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อให้จำเลยหาเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากจำเลยขายที่ดินทั้งสองแปลงได้ภายใน 2 ปี จำเลยจะชำระหนี้ให้โจทก์ 1,500,000 บาท โดยโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ยจากจำเลย หากจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญา ให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้ทันที โจทก์และจำเลยไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดอีก และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอม ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เห็นว่า แม้สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย ข้อ 2 และข้อ 3 มีข้อความระบุว่า หากจำเลยขายที่ดินทั้งสองแปลงได้ภายในระยะเวลา 2 ปี จำเลยจะชำระหนี้ให้โจทก์ 1,500,000 บาท โดยโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ยจากจำเลย หากจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญา ให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้ทันทีก็ตาม แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมิได้กำหนดไว้ว่า หากจำเลยผิดนัดไม่ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว ให้โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แสดงว่าคู่สัญญามิได้ประสงค์ที่จะให้มีการคิดดอกเบี้ยเมื่อมีการผิดนัด จะตีความสัญญาประนีประนอมยอมความว่า หากจำเลยไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันทำสัญญาแล้ว จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในกรณีผิดนัดด้วยนั้น เป็นการตีความเพื่อให้จำเลยรับผิดเพิ่มขึ้นซึ่งตามสัญญามิได้กำหนดความรับผิดในส่วนดอกเบี้ยไว้ ย่อมไม่ชอบด้วยหลักของการตีความ ทั้งตามสัญญาข้อ 5 มีข้อความระบุด้วยว่า โจทก์และจำเลยไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดอีก ยิ่งแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ได้ว่าไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากจำนวนเงิน 1,500,000 บาท ตามที่ตกลงกันเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาต้องกันมาให้ยกคำร้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2559 พลเอกดำรง วงษ์ไทย โจทก์ นายละออง ทวี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลเอกดำรง วงษ์ไทย · จำเลย - นายละออง ทวี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อธิป จิตต์สำเริง · สิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล · ฉันทวัธน์ วรทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายอัษฎาวุธ สรหงษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายไกรยง ติวราภรณ์ศานติ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1001/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1275/2482ฎีกา 3053/2527ฎีกา 506/2530ฎีกา 7339/2540ฎีกา 57/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา