⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6256/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6256/2559

บุกรุก

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ถือเป็นการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 16 (1) ให้อำนาจอธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีอนุญาตให้โจทก์เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเท่านั้น โจทก์จึงไม่ใช่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ป่าสงวนแห่งชาติที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย ที่ดินดังกล่าวจึงยังไม่เป็นของโจทก์ แม้จำเลยจะเข้ายึดถือครอบครองก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการรบกวนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของโจทก์โดยตรง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 362

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มารา 362 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 แต่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยและขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 เมื่อที่ดินที่จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยจากกรมป่าไม้และเป็นพื้นที่ป่าสงวนที่โจทก์เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยมาก่อนที่จำเลยจะบุกรุกยึดถือครอบครอง การกระทำของจำเลยจึงกระทบต่อสิทธิการทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของโจทก์โดยตรงและได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองป่าสงวนแห่งชาติที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนี้ จึงต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 16 (1) ซึ่งเห็นได้ว่า บทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีอนุญาตให้โจทก์เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเท่านั้น โจทก์จึงไม่ใช่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ป่าสงวนแห่งชาติที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย ที่ดินดังกล่าวจึงยังไม่เป็นของโจทก์ แม้จำเลยจะเข้ายึดถือครอบครองก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการรบกวนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของโจทก์โดยตรง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6256/2559 บริษัทยวนสาวการเกษตร จำกัด โจทก์ นายสมปอง สิงห์ชู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทยวนสาวการเกษตร จำกัด · จำเลย - นายสมปอง สิงห์ชู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปกรณ์ มหรรณพ · วิวรรต นิ่มละมัย · นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ - นางมาลี สิรินิจศรีวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายปริญญา อิทธิวิกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.684/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 7958/2555ฎีกา 185/2566ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 2718/2538ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 435/2535ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา