⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4586/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4586/2560

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 233 ได้นั้น นอกจากจะต้องพิสูจน์ว่าตนเป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้และลูกหนี้เพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องแล้ว ยังต้องพิสูจน์ให้ได้ความว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอกจริง และการที่ลูกหนี้เพิกเฉยนั้นเป็นเหตุให้เจ้าหนี้ต้องเสียประโยชน์ด้วย

ย่อคำพิพากษา

แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องของบริษัทจำเลยร่วมซึ่งเป็นลูกหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 233 แต่ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่ฟ้องหรือไม่ มิได้พิจารณาแต่เพียงว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมซึ่งเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องที่ตนมีอยู่หรือไม่เท่านั้น แต่ยังมีประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณาว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้ศาลยังต้องพิจารณาให้ได้ความว่า บริษัทจำเลยร่วมขัดขืนไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียประโยชน์หรือไม่อีกด้วย จำเลยให้การว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในบริษัทจำเลยร่วม และไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมโดยอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธ คำให้การของจำเลยจึงเป็นการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.233

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 749,850 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 18,027.22 บาท และนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทรวมทรัพย์ รีไซเคิล จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 749,850 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันผิดนัด (วันที่ 26 ธันวาคม 2556) จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องมิให้คำนวณเกิน 18,027.22 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า บริษัทรวมทรัพย์ รีไซเคิล จำกัด จำเลยร่วมมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญทั้งสิ้น 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท มีผู้ถือหุ้นสามัญ 3 คน ซึ่งชำระค่าหุ้นไว้เพียงหุ้นละ 25 บาท ต่อมามีการจดทะเบียนเลิกบริษัท และผู้ชำระบัญชีได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2555 หลังจากนั้นโจทก์ตรวจสอบพบว่าบริษัทจำเลยร่วมชำระภาษีไว้ไม่ถูกต้องจึงออกหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มไปยังผู้ชำระบัญชีรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,505,377 บาท และไม่มีการอุทธรณ์การประเมินภาษีดังกล่าว โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้ภาษีอากรค้างดังกล่าวได้ และตรวจสอบแล้วเชื่อว่า จำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมจำนวน 9,998 หุ้น และยังค้างชำระมูลค่าหุ้นอยู่ก่อนจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเป็นเงิน 749,850 บาท โจทก์จึงใช้สิทธิของเจ้าหนี้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระมูลค่าหุ้นดังกล่าวแต่จำเลยไม่ชำระ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่รับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมและยังค้างชำระมูลค่าหุ้นจำนวน 749,850 บาท โดยวินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งพร้อมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธในประเด็นตามคำฟ้องของโจทก์ จึงต้องถือว่าจำเลยยอมรับตามคำฟ้องโจทก์แล้วว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมซึ่งยังส่งใช้เงินค่าหุ้นไม่เต็มมูลค่าหุ้น นั้น เป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบ เห็นว่า แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 แต่ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่ฟ้องหรือไม่ มิได้พิจารณาแต่เพียงว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมซึ่งเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องที่ตนมีอยู่หรือไม่เท่านั้น แต่ยังมีประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณาว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้ศาลยังต้องพิจารณาให้ได้ความว่า บริษัทจำเลยร่วมขัดขืนไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียประโยชน์หรือไม่อีกด้วย ตามคำให้การจำเลยแม้จะไม่ได้ต่อสู้ว่าบริษัทจำเลยร่วมเป็นลูกหนี้ค่าภาษีอากรต่อโจทก์จริงหรือไม่ อันมีผลเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงว่าบริษัทจำเลยร่วมค้างชำระหนี้ภาษีอากรต่อโจทก์จริงตามคำฟ้อง แต่จำเลยยังคงต่อสู้ว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในบริษัทจำเลยร่วม และไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมโดยอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่า มีผู้นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยไปใช้โดยมิชอบ และลงลายมือชื่อปลอมของจำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำเลยร่วม ตลอดจนจดทะเบียนเลิกบริษัทและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีคำให้การของจำเลยจึงเป็นการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง แล้ว หาใช่จำเลยยอมรับว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมและค้างชำระมูลค่าหุ้นอยู่ตามที่โจทก์ฟ้องดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยไม่ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4586/2560 กรมสรรพากร โจทก์ นางสาวภวิษย์พร เพ็ชรใจแสงหรือพูลศิริปัญญา จำเลย บริษัทรวมทรัพย์ รีไซเคิล จำกัด จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นางสาวภวิษย์พร เพ็ชรใจแสงหรือพูลศิริปัญญา · จำเลยร่วม - บริษัทรวมทรัพย์ รีไซเคิล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปกิต สุวรรณพรหมา · วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · ประมวล สุขสมพร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางมาริสา รัฐปัตย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบัณฑิต รชตะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2335/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 866/2487ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา