⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4319/2562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4319/2562

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดจะริบได้ต่อเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้ทรัพย์สินนั้นในการกระทำความผิดจริงเท่านั้น และปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา

ย่อคำพิพากษา

แม้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบในคดีอาญาคดีอื่นที่ อ. ถูกฟ้องเป็นจำเลยไปแล้วก็ตาม แต่คดีดังกล่าว อ. ถูกฟ้องว่าเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลย และศาลชั้นต้นเคยสั่งให้รวมการพิจารณากับคดีนี้มาก่อน จึงเป็นคดีที่มีความเกี่ยวพันกัน เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดกับ อ. จึงถือไม่ได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงไม่อาจริบได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตาม ป.วิ.อ. มาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.49 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.49 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.84 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นกระสุนปืนซึ่งถูกใช้หมดไปในการทดลองยิง และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3228/2559 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) (ที่แก้ไขใหม่), 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 9 ปี และปรับ 650,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3228/2559 ของศาลชั้นต้น ให้ยกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยกับนายอนิรุต เป็นสามีภริยากัน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองสนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านพักของจำเลยและนายอนิรุต เลขที่ 241 หมู่ที่ 9 ขณะทำการตรวจค้นนายอนิรุตวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังบ้าน เจ้าพนักงานยึดอาวุธปืนพกขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน 2 นัด ถุงพลาสติกใสแบบมีลิ้นเปิดปิด พร้อมช้อนสำหรับตวงเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ด 1 ชุด โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง ได้ภายในบ้าน และยึดเมทแอมเฟตามีน 110 เม็ด กับเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดสีขาว 6 ถุง พร้อมกระเป๋าหนังสีดำที่ใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว 1 ใบ ได้จากริมรั้วข้างบ้าน เป็นของกลาง จึงนำตัวจำเลยพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน และต่อมาจำเลยถูกแจ้งข้อหาเป็นคดีนี้ สำหรับนายอนิรุตถูกพนักงานสอบสวนขออนุมัติออกหมายจับไว้ ต่อมาวันที่ 9 มีนาคม 2560 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายอนิรุตได้ และถูกฟ้องเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1398/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นได้สั่งรวมการพิจารณาเข้ากับคดีนี้ แต่ภายหลังจากนายอนิรุตให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษนายอนิรุตและริบของกลางไปแล้ว ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1994/2560 สำหรับคดีในส่วนของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องความผิดข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โจทก์ไม่ฎีกา ความผิดข้อหาดังกล่าวเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยร่วมกับนายอนิรุตกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยังมีข้อพิรุธน่าสงสัยไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้นั้น เห็นว่า ในปัญหาดังกล่าว โจทก์มีพันตำรวจตรีทวี เป็นพยานเบิกความสรุปได้ว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนทราบว่า จำเลยกับนายอนิรุตมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถล่อซื้อเพื่อจับกุมได้ เนื่องจากจำเลยกับนายอนิรุตจะจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่บุคคลที่รู้จักและสนิทกันเท่านั้น เช้าวันเกิดเหตุพยานกับพวกจึงสนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุ แต่ขณะเข้าตรวจค้น นายอนิรุตวิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหลังบ้านซึ่งเป็นป่า ไม่สามารถไล่ติดตามได้ทัน ส่วนจำเลยเดินออกมาด้านข้างบ้านแล้วหย่อนกระเป๋าหนังสีดำไปทางด้านนอกรั้วบ้าน พยานกับพวกจึงตรวจดู พบว่าในกระเป๋าดังกล่าวมีเมทแอมเฟตามีนของกลางบรรจุอยู่ จึงแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และโจทก์มีร้อยตำรวจเอกสมยศ ผู้ร่วมจับกุมเป็นพยานเบิกความอีกปากหนึ่งว่า ขณะเกิดเหตุพยานตรวจค้นทางด้านหน้าบ้านโดยมารดาของนายอนิรุตเป็นผู้นำตรวจค้น ระหว่างนั้นได้ยินเสียงร้องเอะอะมาจากด้านหลังบ้านคล้ายคนวิ่งไล่ตามกัน หลังจากนั้นเห็นพันตำรวจตรีทวี ควบคุมตัวจำเลยเข้ามาพร้อมกระเป๋าสีดำ ทราบภายหลังว่ามีเมทแอมเฟตามีนของกลางบรรจุอยู่ จึงร่วมกันจับกุมจำเลยเป็นคดีนี้ จากคำเบิกความดังกล่าวแสดงว่าร้อยตำรวจเอกสมยศไม่เห็นเหตุการณ์ขณะมีการยึดเมทแอมเฟตามีนโดยตรง ดังนั้น พยานโจทก์ที่อ้างว่าเห็นจำเลยเป็นผู้หย่อนกระเป๋าที่บรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลางลงที่นอกรั้วบ้าน จึงมีเฉพาะพันตำรวจตรีทวีเพียงปากเดียว แต่เมื่อพิจารณาคำเบิกความของพันตำรวจตรีทวีแล้ว ไม่ปรากฏรายละเอียดชัดเจนว่าจำเลยเดินมาจากทิศทางใด และหย่อนกระเป๋าดังกล่าวลงที่จุดใด ทั้งไม่มีการถ่ายรูปประกอบการตรวจยึดกระเป๋าของกลางไว้ให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุก็ไม่ได้นำพนักงานสอบสวนไปชี้เส้นทางการเดินของจำเลย รวมทั้งชี้จุดที่พบกระเป๋าของกลางเพื่อให้เห็นสมจริง ทั้งที่เป็นข้อสาระสำคัญของเหตุการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น วันเกิดเหตุมีเจ้าพนักงานหลายคนร่วมตรวจค้นจับกุม แต่ปรากฏว่ามีพันตำรวจตรีทวีเพียงคนเดียวที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยหย่อนกระเป๋าบรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลางทิ้ง นับว่ามีเหตุให้น่าสงสัยอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะตรวจค้นนายอนิรุตคือคนที่วิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหลังบ้าน ส่วนจำเลยมิได้หลบหนีแต่อย่างใด โดยถูกจับกุมในบ้านที่เกิดเหตุนั้นเอง จึงเป็นการขัดต่อเหตุผลที่จำเลยจะถือกระเป๋าเดินออกไปด้านข้างบ้านแล้วหย่อนทิ้งลงนอกรั้วต่อหน้าเจ้าพนักงานเช่นนี้ เพราะผิดวิสัยของคนร้ายอย่างยิ่ง ประกอบกับข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า หลังเกิดเหตุ 4 เดือนเศษ ขณะเจ้าพนักงานติดตามไปจับกุมนายอนิรุตได้ที่โรงแรมพิงดาวรีสอร์ท นายอนิรุตก็โยนกระเป๋าสีน้ำตาลที่บรรจุเมทแอมเฟตามีนอีกจำนวนหนึ่งทิ้งบนพื้นหน้าห้องพัก แล้ววิ่งหลบหนีการจับกุม แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจไล่ติดตามจับกุมไว้ได้ ความข้อนี้ส่อให้เห็นพฤติการณ์ของนายอนิรุตว่า เก็บยาเสพติดไว้ในกระเป๋าสะพาย เมื่อถูกเจ้าพนักงานเข้าจับกุมก็โยนกระเป๋าทิ้งเพื่อหลบหนี อีกทั้งเมื่อนายอนิรุตถูกฟ้องเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางคดีนี้ ก็ให้การรับสารภาพจนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษไปแล้ว ดังนั้น จึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของนายอนิรุตที่โยนทิ้งไว้ข้างบ้านก่อนวิ่งหลบหนีไป แม้โจทก์นำสืบว่าในชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพ แต่คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 วรรคท้าย ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 นอกจากนี้ในชั้นสอบสวน จำเลยถูกสอบปากคำในวันเกิดเหตุนั้นเอง และให้การปฏิเสธทันที ซึ่งในชั้นพิจารณาจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลาง โดยมีนายอนิรุตมาเบิกความสนับสนุนว่า เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของตนเพียงผู้เดียว ขณะเกิดเหตุเมื่อทราบว่ามีเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นบ้าน นายอนิรุตตกใจจึงคว้ากระเป๋าสะพายที่บรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลางวิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังบ้านและโยนกระเป๋าดังกล่าวออกไปนอกบ้านเพื่อให้พ้นตัว ข้อเท็จจริงจึงอาจเป็นดังที่จำเลยนำสืบต่อสู้ก็ได้ จากเหตุผลดังที่วินิจฉัยมาพยานหลักฐานของโจทก์จึงยังมีความสงสัยอยู่ตามสมควรว่า จำเลยร่วมกับนายอนิรุตมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจริงหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น อนึ่ง คดีนี้เจ้าพนักงานยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ OPPO สีขาว หมายเลข 08 9003 xxxx ของจำเลยเป็นของกลางด้วย แม้โทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวถูกศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1994/2560 ที่นายอนิรุตถูกฟ้องเป็นจำเลยไปแล้วก็ตาม แต่คดีดังกล่าวนายอนิรุตถูกฟ้องว่าเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลย และศาลชั้นต้นเคยสั่งให้รวมการพิจารณากับคดีนี้มาก่อน จึงเป็นคดีที่มีความเกี่ยวพันกัน เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดกับนายอนิรุต จึงถือไม่ได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงไม่อาจริบได้ ต้องคืนแก่เจ้าของตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 49 ประกอบมาตรา 186 (9) และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเสียด้วย และคืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ OPPO สีขาว หมายเลข 08 9003 xxxx ของกลาง แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4319/2562 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นางสาว พ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นางสาว พ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย เพ็งผ่อง · อธิคม อินทุภูติ · จรัญ เนาวพนานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายจอมวิชญ์ จันทร์พรหมมา · ศาลอุทธรณ์ - นายกิตติพัชร์ วราอุบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.441/2562

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5451/2534ฎีกา 6047/2550ฎีกา 4862/2554ฎีกา 6250/2547ฎีกา 833/2524ฎีกา 244/2535ฎีกา 12564/2547ฎีกา 7075/2544ฎีกา 445/2536ฎีกา 4009-4010/2549ฎีกา 2530/2554ฎีกา 2281/2545ฎีกา 8883/2547ฎีกา 13360/2556ฎีกา 3055/2522ฎีกา 5834/2550ฎีกา 6591/2537ฎีกา 115/2487ฎีกา 3145/2524ฎีกา 176/2537ฎีกา 3785/2564ฎีกา 2025/2535ฎีกา 7759/2544ฎีกา 7352/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา