⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1264/2563

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2563

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4, 6, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 83

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้างว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายจากการเป็นผู้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์นั้น ไม่ใช่การอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงไม่เป็นการฟ้องให้ตนเองเป็นผู้เสียหายในนามของตนเอง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเพลงพิพาท 4 เพลง คือ เพลงแสงจันทร์ เพลงเรือน้อย เพลงเจ็บนิดเดียว และ เพลงวันเวลา อันเป็นงานมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โดยในส่วนที่เกี่ยวกับผู้เป็นเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ซึ่งถือว่าเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายนั้น ฟ้องฉบับเดิมบรรยายว่า บริษัท ส. เป็นผู้เสียหาย โดย ช. ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเพลงแสงจันทร์ และเพลงเรือน้อย ทำสัญญาแต่งตั้งให้บริษัท ส. เป็นผู้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานดังกล่าว และบริษัท ท. ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเพลงเจ็บนิดเดียว และ เพลงวันเวลา ทำสัญญาแต่งตั้งให้บริษัท ส. เป็นผู้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานดังกล่าว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องในส่วนนี้เป็นว่า ช. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเพลงแสงจันทร์ และเพลงเรือน้อย และบริษัท ป. เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเพลงเจ็บนิดเดียว และเพลงวันเวลา บริษัท ป. ได้อนุญาตให้บริษัท ท. ใช้ลิขสิทธิ์ในเพลงเจ็บนิดเดียว และเพลงวันเวลา ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ช. และบริษัท ท. จึงเป็นผู้เสียหาย ทั้งนี้ ช. และบริษัท ท. ได้มอบหมายให้บริษัท ส. เป็นผู้รับอนุญาตและให้เป็นตัวแทนในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงแสงจันทร์ เพลงเรือน้อย เพลงเจ็บนิดเดียว และเพลงวันเวลา ดังนี้ ที่ฟ้องฉบับเดิมบรรยายว่า บริษัท ส. เป็นผู้ได้รับแต่งตั้งจาก ช. และบริษัท ท. เจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ตามฟ้อง ให้เป็นตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานดังกล่าว ไม่ได้บรรยายว่าเป็นเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ แม้ตอนต้นของฟ้องจะระบุว่าบริษัทดังกล่าวเป็นผู้เสียหายก็ถือไม่ได้ว่าเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดตามฟ้องในอันที่จะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย และคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ก็ไม่ได้ขอแก้ฐานะของบริษัท ส. ที่เป็นผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ของ ช. และบริษัท ท. แต่อย่างใด คงขอแก้ฟ้องเดิมโดยเพิ่มเติมรายละเอียดที่เกี่ยวกับเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์ในส่วนเพลงเจ็บนิดเดียว และเพลงวันเวลา คำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นการขอเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของลิขสิทธิ์ในส่วนซึ่งมิได้กล่าวไว้ ไม่ได้แก้ฟ้องโดยเปลี่ยนตัวผู้เสียหายตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าเป็นการขอแก้ฟ้องในข้อสาระสำคัญที่จะเป็นการแก้ไของค์ประกอบความผิดหรือสภาพแห่งข้อหา จึงไม่ทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบในการต่อสู้คดี อีกทั้งในเวลาที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องนั้นยังไม่มีการสืบพยานของคู่ความทั้งสองฝ่าย จำเลยที่ 1 ย่อมมีโอกาสต่อสู้คดีได้เต็มที่และไม่หลงต่อสู้ในข้อที่ขอแก้ฟ้องนั้น และในกรณีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางชอบที่จะใช้ดุลพินิจสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้โดยไม่จำต้องสอบถามจำเลยทั้งสองก่อนคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.6 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.8 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.15 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.28 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.76

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 31, 69, 70, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จ่ายค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์แก่ผู้เสียหายจำนวนกึ่งหนึ่ง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษปรับคนละ 50,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริงเพราะต้องห้ามมิให้ฎีกาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.1 ซึ่งฎีกาว่า นายบุญธรรม ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ส. ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์งานของบริษัท ส. และนายบุญธรรมก็ได้เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยที่ 1 ว่า ตนไปแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์งานของบริษัท ส. โดยไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์งานของนายชวาลา หรือของบริษัท ป. แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า เป็นการแจ้งความว่าจำเลยทั้งสองละเมิดลิขสิทธิ์งานของ บริษัท ส. โดยไม่ได้แจ้งความว่าละเมิดลิขสิทธิ์งานของนายชวาลาหรือบริษัท ป. และข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัท ส. ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมตามฟ้อง เช่นนี้ จึงไม่อาจสอบสวนและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองละเมิดลิขสิทธิ์งานของนายชวาลาและบริษัท ป. เพราะถือไม่ได้ว่ามีการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมาย นั้น เห็นว่า เหตุผลตามฎีกาดังกล่าวไม่ได้อ้างว่าการร้องทุกข์ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างใด แต่เป็นการกล่าวอ้างว่า การที่นายบุญธรรมผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ส. แจ้งความว่าจำเลยทั้งสองละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท ส. นั้น ถือไม่ได้ว่าเป็นการร้องทุกข์ของนายชวาลาและบริษัท ป. เจ้าของลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรมตามฟ้อง อันเป็นฎีกาที่โต้เถียงข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์คดีนี้ พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายที่กล่าวไว้ข้างต้น แม้ในฎีกาของจำเลยที่ 1 จะระบุว่าฎีกาข้อ 2.1 อยู่ในหัวข้อฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยไม่ได้ระบุว่าฎีกาข้อใดบ้างที่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ก็ไม่อาจถือว่าฎีกาข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่รับวินิจฉัย คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อแรกว่าคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเพลงพิพาท 4 เพลง คือ เพลงแสงจันทร์ เพลงเรือน้อย เพลงเจ็บนิดเดียว และเพลงวันเวลา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2563 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นางสาว น. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นางสาว น. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ บางยี่ขัน · นิพันธ์ ช่วยสกุล · ชลิต กฐินะสมิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสิรภพ วิระวานิช · ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ - นายไมตรี ศรีอรุณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(อ)17/2562

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 1588/2479ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 10648/2554ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2092/2564ฎีกา 16867/2557ฎีกา 3800/2564ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา