⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4181/2565

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4181/2565

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินของลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจในการดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ลูกหนี้ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเองอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ศาลล้มละลายกลางอ่านคําพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ให้พิทักษ์ทรัพย์จําเลยเด็ดขาด ดังนั้น นับแต่จําเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจําเลยตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) จําเลยจึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของจําเลยได้อีก การที่จําเลยยื่นคําร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งต่าง ๆ ของศาลชั้นต้นอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวด้วย แม้ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจําเลยจะยื่นคําร้องขอเข้าว่าคดีแทนจําเลยและขอให้พิจารณาคดีต่อไป ก็หาทำให้กลับเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลังไม่ จําเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคําร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมและจำนองแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดพัทยา เพื่อบังคับชำระหนี้โดยยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 11 กันยายน 2560 ว่า ที่ดินจำนองเป็นของผู้ร้อง โดยศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 ให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนองคืนแก่ผู้ร้อง คดีอยู่ระหว่างจำเลยอุทธรณ์ จึงขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ต่อมาวันที่ 18 กันยายน 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ดินจำนองที่ยึด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลให้ครบภายใน 7 วัน และวันที่ 19 กันยายน 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดที่ดินจำนองในวันที่ 20 กันยายน 2560 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์รายนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ข.10/2558 (เมื่อปี 2558) แล้ว และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำร้อง (เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2558) คดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว ยกคำร้อง เมื่อถึงวันนัดพิจารณาวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งให้งดการบังคับคดีที่ดินจำนองไว้ระหว่างที่คดีผู้ร้องกับจำเลยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินจำนองยังไม่ถึงที่สุดแล้วขอถอนคำร้องที่ขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีที่ดินจำนองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งฉบับลงวันที่ 11 กันยายน และ 19 กันยายน 2560 ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งคำร้องลงวันที่ 4 ธันวาคม 2560 อีก ส่วนคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ลงวันที่ 18 กันยายน 2560 นั้น ผู้ร้องมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระภายในกำหนด ถือว่าไม่ติดใจที่จะขอให้ปล่อยทรัพย์อีกต่อไป ให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หากจำเลยไม่เห็นด้วยต่อคำสั่งของศาลจังหวัดพัทยา ให้จำเลยไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยาอีกครั้ง อาศัยเหตุผลเดียวกับคำร้องฉบับเดิม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของจำเลยไว้ แล้วพิจารณาสั่งใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า จำเลยมีอำนาจยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อได้ความว่า ศาลล้มละลายกลางอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6289/2560 ในวันที่ 6 ธันวาคม 2560 ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ดังนั้น นับแต่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 (3) จำเลยจึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยได้อีก การที่จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคำสั่งต่าง ๆ ของศาลชั้นต้นอันสืบเนื่องมาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าว แม้ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ของจำเลยจะยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ขอเข้าว่าคดีแทนจำเลยและขอให้พิจารณาคดีต่อไป ก็หาทำให้กลับเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายในภายหลังไม่ จำเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งงดการบังคับคดีของศาลจังหวัดพัทยา และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 และฉบับลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 และยกอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นของจำเลยฉบับลงวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4181/2565 บริษัท ธ. โจทก์ บริษัท ด. ผู้ร้อง นาย ช. โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้เข้าว่าคดีแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ธ. · ผู้ร้อง - บริษัท ด. · จำเลย - นาย ช. โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้เข้าว่าคดีแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจษฎาวิทย์ ไทยสยาม · ประทีป อ่าววิจิตรกุล · อนันต์ เสนคุ้ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวภูรีวรรณ์ ประเสริฐศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำผบ.(พ)78/2565

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5209/2566ฎีกา 578/2550ฎีกา 4238/2539ฎีกา 2416/2566ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 662/2525ฎีกา 5104/2533ฎีกา 4851/2545ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 3779/2542ฎีกา 903/2508ฎีกา 92/2531ฎีกา 4470/2543ฎีกา 690/2512ฎีกา 4481/2542ฎีกา 8304/2559ฎีกา 7966/2544ฎีกา 2709/2536ฎีกา 7732/2552ฎีกา 4500/2565ฎีกา 6066/2539ฎีกา 1242/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา