คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2567
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยในความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินกว่าห้าปี ย่อมไม่เป็นการต้องห้ามโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จตาม ป.อ. มาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้และให้คุมความประพฤติของจำเลย จึงไม่ต้องห้ามโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในอัตราโทษขั้นสูงสุดโดยไม่รอการลงโทษซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 225 ประกอบมาตรา 193 เป็นการไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ เป็นเวลา 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยและโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์
คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา
โจทก์ยื่นคำร้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้และให้คุมความประพฤติของจำเลย จึงไม่ต้องห้ามโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในอัตราโทษขั้นสูงสุดโดยไม่รอการลงโทษซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 193 เป็นการไม่ชอบ จึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท. 158/2567
นาง น. โจทก์
นาย ป. จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง น. · จำเลย - นาย ป. |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ ตันติเสรี · สมเจริญ พุทธิประเสริฐ · โสภณ พรหมสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ท.158/2567 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา