⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 218/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่การกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1)

ย่อคำพิพากษา

การขอให้ศาลลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่การกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ป.ยาเสพติด ม.152 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 26/2, 26/3 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคสาม, 75 วรรคสาม, 76 วรรคสอง, 91 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12, 101 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,000,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ฐานผลิตพืชกระท่อมและฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตพืชกระท่อม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือน และปรับ 3,000 บาท ฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 8 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 25 ปี และปรับ 1,000,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 3 เดือน ฐานผลิตพืชกระท่อม จำคุก 1 เดือน 15 วัน และปรับ 1,500 บาท ฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน และปรับ 2,500 บาท รวมจำคุก 25 ปี 8 เดือน 15 วัน และปรับ 1,004,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง คดีถึงที่สุด จำเลยยื่นคำร้องขอให้กำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุกำหนดโทษให้จำเลยใหม่ในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องกำหนดโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในภายหลังการกระทำความผิด และเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากฎหมายเดิม โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าจำเลยมีพฤติการณ์การกระทำที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสองและวรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องจำเลย ไม่ถูกต้อง นั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 มีจำนวน 8,375 เม็ด ชนิดผงสีส้ม 1 กล่อง และชนิดเกล็ดสีขาว 10 ถุง มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้รวม 220.217 กรัม ประกอบกับก่อนเกิดเหตุ มีผู้แจ้งว่าจำเลยมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด เจ้าพนักงานตำรวจจึงขอหมายค้นและตรวจค้นจับกุมจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของกลาง ตามพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่า หากจำเลยไม่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางได้เสียก่อน ย่อมก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเมทแอมเฟตามีนไปในกลุ่มผู้เสพอย่างแน่นอน เมื่อพิจารณาประกอบกันแล้วรับฟังได้ว่าเป็นการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท โทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดสำหรับความผิดฐานนี้จึงหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง กรณีมีเหตุต้องกำหนดโทษให้จำเลยใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) แต่การกระทำความผิดของจำเลยยังไม่ร้ายแรงถึงขนาดเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อพิเคราะห์ฐานะเศรษฐกิจ การศึกษา อายุ สภาพครอบครัว และพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยแล้ว กรณีมีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะรายที่ศาลจะลงโทษจำคุกหรือปรับจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง นั้น เห็นว่า กรณีมิใช่ปัญหาในการกำหนดโทษใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษากลับ ให้กำหนดโทษจำเลยเสียใหม่สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสอง (2) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) โดยให้จำคุก 20 ปี และปรับ 2,000,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 10 ปี และปรับ 1,000,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 10 ปี 7 เดือน และปรับ 1,002,500 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2567 พนักงานอัยการจังหวัดพังงา โจทก์ นาย ว. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพังงา · จำเลย - นาย ว.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย เพ็งผ่อง · ณรงค์ กลั่นวารินทร์ · เพิ่มศักดิ์ สายสีทอง
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1853/2566

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 4942/2554ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2064/2520ฎีกา 5414/2536ฎีกา 675/2551ฎีกา 2176/2543ฎีกา 9323/2554ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 721/2520ฎีกา 7664/2543ฎีกา 171/2547ฎีกา 3992/2539ฎีกา 7014/2553ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 3860/2540ฎีกา 668/2502ฎีกา 2079/2554ฎีกา 1524/2500ฎีกา 51/2502ฎีกา 5355/2548ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา