⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6391/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6391/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ในคดีล้มละลายโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ เป็นนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆะ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังมีหน้าที่ติดตามเอาทรัพย์สินนั้นคืนเพื่อบังคับคดีล้มละลายต่อไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาขายอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานซึ่งผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย โดยมิใช่การกระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ย่อมเป็นนิติกรรมอันมีวัตถุที่ประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 กรณีเป็นหน้าที่ผู้คัดค้านที่ต้องติดตามเอาทรัพย์สินนั้นคืนเพื่อบังคับคดีล้มละลายต่อไป มิใช่สั่งถอนการยึดอันจะทำให้อำนาจในการจัดการทรัพย์สินนั้นหลุดไปจากผู้คัดค้าน ทั้งไม่ใช่กรณีที่จะถอนการยึดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 292 และมาตรา 293 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 14 ทั้งนี้ ผู้คัดค้านสั่งถอนการยึดอาคารสำนักงานและอาคารโรงงาน โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 145 (1) คำสั่งถอนการยึดดังกล่าวไม่มีผล อาคารสำนักงานและอาคารโรงงานยังคงเป็นทรัพย์ที่ผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย การที่บุคคลภายนอกรื้อถอนและขนย้ายอาคารทั้งสองหลังไปไม่ใช่เหตุทำให้ต้องถอนการยึด และผู้คัดค้านยังคงมีหน้าที่เรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคารวมทั้งค่าเสียหายอันเป็นการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายซึ่งอาจได้รับการชดใช้ราคาพร้อมค่าเสียหายหรือได้ทรัพย์สินอื่นแทนในฐานะนิตินัยอย่างเดียวกัน การที่ผู้ร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านถอนการยึดสิ่งปลูกสร้างที่ถูกรื้อถอน โดยยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแล้วไม่มีการขาย บ่งชี้ถึงเจตนาของผู้ร้องประสงค์ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมการยึดแล้วไม่มีการขาย ประกอบกับเมื่อคดีไม่ปรากฏว่าผู้ร้องกระทำการใดอันเป็นเหตุให้การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านยึดไว้ไม่อาจกระทำได้ การที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนาญพิเศษพิพากษาให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้จากอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างที่ยึด จึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม.14 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.24 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.145 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.151

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2556 ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 1 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านถอนการยึดสิ่งปลูกสร้างที่ถูกรื้อถอนโดยยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการจำหน่าย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายเพียงครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้จากอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างที่ยึด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเป็นสิทธิจำนองเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 8374 ตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมอาคารสำนักงานสองชั้น 1 หลัง และอาคารโรงงานชั้นเดียว 1 หลัง ของจำเลย ผู้ร้องนำผู้คัดค้านยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศขายทอดตลาด จำเลยขายอาคารสำนักงานสองชั้น 1 หลัง และอาคารโรงงานชั้นเดียว 1 หลัง แก่บุคคลภายนอกซึ่งรื้อถอนอาคารทั้งสองหลังและขนย้ายออกไปจากที่ดินจำนอง ผู้คัดค้านร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดดังกล่าว และมีคำสั่งถอนการยึดอาคารทั้งสองหลังที่ถูกรื้อถอนไป พร้อมให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมการยึดไว้โดยไม่มีการขาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 22 (1) และลูกหนี้ต้องห้ามมิให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 24 จำเลยทำสัญญาขายอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานซึ่งผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย โดยมิใช่การกระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ย่อมเป็นนิติกรรมอันมีวัตถุที่ประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 กรณีเป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านที่ต้องติดตามเอาทรัพย์สินนั้นคืนเพื่อบังคับคดีล้มละลายต่อไป มิใช่สั่งถอนการยึดอันจะทำให้อำนาจในการจัดการทรัพย์สินนั้นหลุดไปจากผู้คัดค้าน ทั้งไม่ใช่กรณีที่จะถอนการยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 และมาตรา 293 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 14 ทั้งนี้ ผู้คัดค้านสั่งถอนการยึดอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 145 (1) คำสั่งถอนการยึดดังกล่าวไม่มีผล อาคารสำนักงานและอาคารโรงงานยังคงเป็นทรัพย์ที่ผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย การที่บุคคลภายนอกรื้อถอนและขนย้ายอาคารทั้งสองหลังไปไม่ใช่เหตุทำให้ต้องถอนการยึด และผู้คัดค้านยังคงมีหน้าที่เรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคารวมทั้งค่าเสียหายอันเป็นการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ซึ่งอาจได้รับการชดใช้ราคาพร้อมค่าเสียหายหรือได้ทรัพย์สินอื่นแทนในฐานะนิตินัยอย่างเดียวกัน การที่ผู้ร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านถอนการยึดสิ่งปลูกสร้างที่ถูกรื้อถอน โดยยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย บ่งชี้ถึงเจตนาของผู้ร้องประสงค์ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมการยึดแล้วไม่มีการขาย ประกอบกับศาลต้องสอดส่องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีล้มละลายในชั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสั่งตามที่เห็นสมควรตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 151 เมื่อคดีไม่ปรากฏว่าผู้ร้องกระทำการใดอันเป็นเหตุให้การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านยึดไว้ไม่อาจกระทำได้ การที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมที่คำนวณได้จากอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างที่ยึด ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่าย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6391/2567 บริษัท อ. โจทก์ ธนาคาร ก. ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัท ย. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท อ. · ผู้ร้อง - ธนาคาร ก. · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - บริษัท ย.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย โอภาพันธ์ · วิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์ · เดชา อัชรีวงศ์ไพศาล
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำล.19/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3130/2527ฎีกา 1099/2550ฎีกา 5209/2566ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 578/2550ฎีกา 171/2513ฎีกา 3803/2565ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 8080/2538ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 8732/2549ฎีกา 662/2525ฎีกา 4851/2545ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 2280/2559ฎีกา 4823/2548ฎีกา 145/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา