⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 9176/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9176/2568

ป.พ.พ. ม.7, 224 · ป.วิ.แพ่ง ม.142, 144, 145 ฯลฯ

ย่อคำพิพากษา

คดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนง จำเลย (ในคดีนี้) ฟ้องโจทก์ (ในคดีนี้) เป็นจำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ผลิตแม่พิมพ์ชิ้นงานอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศแต่แม่พิมพ์ไม่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ โจทก์แก้ไขแล้วแต่ยังไม่สามารถทำงานได้โดยสมบูรณ์ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระราคา จำเลยได้มีหนังสือแจ้งบริษัท ช. และบริษัท ว. เสนอราคาซ่อมแซม เมื่อหักเงินที่จำเลยยังไม่ได้ชำระแก่โจทก์แล้วโจทก์ยังต้องชำระเงินแก่จำเลย 1,508,761.04 บาท ขอให้บังคับโจทก์ (ในคดีนี้) ชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ประเด็นแห่งคดีมีว่า โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวผิดสัญญาหรือไม่ แต่ประเด็นข้อพิพาทซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยในคดีนี้มีประเด็นแห่งคดีว่า จำเลยผิดสัญญาและต้องชำระค่าจ้างผลิตสินค้าที่ค้างชำระหรือไม่ ซึ่งทั้งศาลแพ่งพระโขนงและศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยและพิพากษาเพราะโจทก์ไม่ได้ฟ้องแย้งเข้าไปในคดีก่อน จึงไม่ใช่ประเด็นเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนง ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำอันต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 426,204.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 416,032.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 426,204.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 416,032.05 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 7 เมษายน 2564) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การพิจารณาคดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนงหรือไม่ เห็นว่า คดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนง จำเลย (ในคดีนี้) ฟ้องโจทก์ (ในคดีนี้) เป็นจำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ผลิตแม่พิมพ์ชิ้นงานอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศแต่แม่พิมพ์ไม่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ จำเลยแจ้งโจทก์แก้ไขแล้วแต่แม่พิมพ์ยังไม่สามารถทำงานได้โดยสมบูรณ์ โจทก์กลับมีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระราคา จำเลยได้มีหนังสือแจ้งบริษัท ช. และบริษัท ว. เสนอราคาค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 1,924,793.04 บาท เมื่อหักเงินที่จำเลยยังไม่ได้ชำระแก่โจทก์แล้วโจทก์ยังต้องชำระเงินแก่จำเลย 1,508,761.04 บาท ขอให้บังคับโจทก์ (ในคดีนี้) ชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ศาลแพ่งพระโขนงมีคำพิพากษายกฟ้อง จำเลย (ในคดีนี้) อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ท้ายคำแก้ฎีกาซึ่งศาลชั้นต้นรับเป็นคำแถลงการณ์ ประเด็นแห่งคดีมีว่าโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวผิดสัญญาหรือไม่ ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ดำเนินการผลิตแม่พิมพ์ชิ้นงานอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศ ได้แก่ ตัวเสริมความแข็งแรง กล่องไฟฟ้า แผ่นรองมอเตอร์ ตัวจับยึดเพื่อประกอบชุดกล่องไฟฟ้า และฐานสำหรับยึดตัวตัดต่อไฟฟ้าในราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,285,123.50 บาท จำเลยชำระค่ามัดจำแล้วร้อยละ 70 ของค่าจ้างทั้งหมดเป็นเงิน 899,586.45 บาท คงเหลือค่าจ้าง 385,537.05 บาท ตกลงชำระเมื่อส่งมอบงานให้จำเลยเสร็จสิ้น ในระหว่างดำเนินการ จำเลยขอให้โจทก์แก้ไขแบบเพิ่มเติมรูปร่างขึ้นชิ้นงานคือตัวเสริมความแข็งแรง จำเลยชำระค่ามัดจำแล้วร้อยละ 70 ของค่าจ้าง เป็นเงิน 71,155 บาท คงเหลือค่าจ้าง 30,495 บาท จำเลยไม่ชำระ แม้จะปรากฏว่าคู่ความตามฟ้องโจทก์ในคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนงจะเป็นคู่ความเดียวกัน และเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับข้อตกลงว่าจ้างให้ผลิตแม่พิมพ์อุปกรณ์เครื่องปรับอากาศคราวเดียวกัน แต่ประเด็นข้อพิพาทซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยในคดีนี้มีประเด็นแห่งคดีว่า จำเลยผิดสัญญาและต้องชำระค่าจ้างผลิตสินค้าที่ค้างชำระหรือไม่ ซึ่งทั้งศาลแพ่งพระโขนงและศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยและพิพากษาเพราะโจทก์ไม่ได้ฟ้องแย้งเข้าไปในคดีก่อน จึงไม่ใช่ประเด็นเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนง ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำนั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการต่อไปว่า ศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงในคดีศาลแพ่งพระโขนงมารับฟังวินิจฉัยและมีคำพิพากษาชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนงเป็นคู่ความเดียวกัน ซึ่งพิพาทเกี่ยวกับข้อตกลงว่าจ้างให้ผลิตแม่พิมพ์ชิ้นงานอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศคราวเดียวกัน เมื่อศาลแพ่งพระโขนงมีคำพิพากษา คำพิพากษาของศาลแพ่งพระโขนงให้ถือว่าผูกพันคู่ความคือโจทก์และจำเลยในคดีนี้ นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา คดีดังกล่าวจึงถึงที่สุด คำพิพากษาของศาลแพ่งพระโขนงย่อมผูกพันโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นคู่ความ ที่ศาลชั้นต้นนำข้อเท็จจริงตามคดีหมายเลขแดงที่ พ E.277/2565 ของศาลแพ่งพระโขนงมารับฟังเพื่อวินิจฉัยและมีคำพิพากษาจึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน อนึ่ง ต่อมาได้มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ให้ยกเลิกความในมาตรา 7 และมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้ใช้ข้อความที่บัญญัติขึ้นใหม่แทน ซึ่งมีผลให้กรณีที่ต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปีและกรณีหนี้เงินให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี เว้นแต่เจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป คดีนี้โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 416,032.05 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ศาลชั้นต้นกำหนดดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 7 เมษายน 2564) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และมิได้กำหนดว่ากรณีที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ก็ให้ใช้ดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนนั้น และต้องบวกเพิ่มอีกร้อยละสองต่อปี โดยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็นการไม่ชอบ ปัญหาเรื่องการคิดดอกเบี้ยที่กำหนดตามกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 416,032.05 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 7 เมษายน 2564) จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ทั้งนี้ไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

รายละเอียดคดี

คู่ความห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. โจทก์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)(จุมพล กล้าประเสริฐ-ศุภร พิชิตวงศ์เลิศ-พัฒนไชย ยอดพยุง)
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นางธารณา นิธิธนาภัค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.490/2568

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1079/2497ฎีกา 4549/2540ฎีกา 94/2493ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา