มาตรานี้อธิบายถึงกรณีที่ศาลจะออกหมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกขังอยู่ โดยมีหลายสาเหตุ เช่น ศาลสั่งให้ปล่อยชั่วคราว พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องขัง หรือเมื่อคดีไม่มีมูลและศาลสั่งยกฟ้อง
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 72 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 3 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2479–2502) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 433/2502 🤖 ย่อโดย AIโทษกักกันตามคำพิพากษาถึงที่สุดก่อน พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ ใช้บังคับ หากเข้าเกณฑ์ที่ศาลอาจพิพากษาให้กักกันได้ตาม ป.อ. ม. 41 จะเปลี่ยนลักษณะเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. ม…ฎีกาที่ 1087/2479 🤖 ย่อโดย AIเมื่อจำเลยมีทรัพย์สินพอจะยึดชำระค่าปรับได้ ศาลมีอำนาจสั่งปล่อยจำเลยจากการกักขังแทนค่าปรับ และจัดการยึดทรัพย์สินของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระค่าปรับได้…ฎีกาที่ 819/2483 🤖 ย่อโดย AIการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องในข้อเท็จจริงที่จำเลยกระทำผิด ซึ่งไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ สามารถทำได้…ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะถูกปล่อยตัวได้เมื่อศาลสั่งปล่อยชั่วคราว, พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนขอให้ปล่อย, พนักงานอัยการไม่ฟ้องคดี, ศาลเห็นว่าคดีไม่มีมูล, โจทก์ถอนฟ้อง หรือศาลพิพากษาให้ยกฟ้องหรือลงโทษอย่างอื่นที่ไม่ใช่จำคุกหรือประหารชีวิต
ใช่, หากพนักงานอัยการร้องต่อศาลว่าได้ยุติการสอบสวนแล้วโดยมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา หรือพนักงานอัยการไม่ฟ้องผู้ต้องหาภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจะออกหมายปล่อยผู้ต้องหา
โดยทั่วไปจะถูกปล่อยตัว เว้นแต่โจทก์จะร้องขอและศาลเห็นสมควรให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา
เมื่อจำเลยได้เสียค่าปรับแล้ว หรือศาลให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีกำหนดวันเพื่อให้จำเลยหาเงินค่าปรับมาชำระต่อศาล
↑ ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26