คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยมีทรัพย์สินพอจะยึดชำระค่าปรับได้ ศาลมีอำนาจสั่งปล่อยจำเลยจากการกักขังแทนค่าปรับ และจัดการยึดทรัพย์สินของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระค่าปรับได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยต้องคำพิพากษาให้ปรับแต่ไม่ชำระค่าปรับศาลจึงออกหมายแจ้งโทษให้จำแทนไว้ ระหว่างนั้นปรากฎว่าจำเลยมีทรัพย์พอจะยึดขายเอาเงินใช้ค่าปรับได้ดังนี้ เมื่อโจทก์ร้องขอศาลมีอำนาจสั่งปล่อยจำเลยไปและจัดการยึดทรัพย์ของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินใช้ค่าปรับได้ การฎีกาในข้อกฎหมายนั้นไม่ต้องอ้างตัวบทกฎหมายสนับสนุนก็เป็นฎีกาที่รับไว้พิจารณาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ปรับจำเลย ๓๒๐ บาท ฐานมีสุราเถื่อน ถ้าไม่ใช้ให้จำแทน ๘ เดือน คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ใช้ค่าปรับศาลจึงออกหมายแดงแจ้งโทษให้จำแทนครั้นต่อมาโจทก์ร้องขอให้งดการจำแทนไว้ก่อนเพราะจำเลยมีทรัพย์พอจะยึดขายทอดตลาดเอาเงินใช้ค่าปรับได้ ศาลชั้นต้นจึงสั่งปล่อยจำเลย
จำเลยจึงยื่นอุทธรณ์คัดค้านซึ่งศาลอุทธรณ์คงพิพากษายืน
จำเลยฎีกาคัดค้านข้อกฎหมายว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาจำเลยเป็นแต่ความเห็นลอย ๆ ไม่ระบุชี้บทกฎหมายที่สนับสนุนฎีกาของตนประการใด จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2479
อัยยการระยอง โจทก์
นายพร เกษรศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการระยอง · จำเลย - นายพร เกษรศิริ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสุทธิชัย · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา