คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2486
ย่อคำพิพากษา
โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตาม พ.ร.บ. 2 ฉบับ ไนการที่จะวินิฉัยว่าควนลงอาญาที่หนักตามกดหมายฉบับไดนั้นต้องถือตามโทสจำคุกเพราะเปนโทสที่ร้ายแรงกว่าโทสปรับ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.12 กฎหมายลักษณะอาญา ม.70 ประมวลกฎหมายอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.70 พระราชกฤษฎีกาควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2485 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม.3 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม.9 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม.38 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม.99 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ม.6 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.21 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.38 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.99 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สาลชั้นต้นพิพากสาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. สุลกากร ๒๔๖๙ ม.๒ และ ๒๗ พ.ร.บ. สุลกากร ( ฉบับที่ ๖ ) พ.ส. ๒๔๖๙ มาตรา ๓ พ.ร.บ. สุลกากร ( ฉบับที่ ๙ ) พ.ส. ๒๔๘๘ มาตรา ๖ พ.ร.บ. ควบคุมการขนส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาไนราชอานาจักรซึ่งสินค้าบางหย่าง พ.ส. ๒๔๘๒ มาตรา ๓ และ ๙ และพระราชกริสดีกาควบคุมการนำเข้ามาไนราชอานาจักรซึ่งสินค้าบางหย่าง พ.ส. ๒๔๘๕ มาตรา ๓ ฉเพาะจำเลยที่ ๑ มีผิดตาม พ.ร.บ. สุลกากร ๒๔๖๙ มาตรา ๒๑,๓๘ และ ๙๙ อีกด้วย ไห้รวมกะทงลงโทสจำคุกจำเลยที่ ๑ หนึ่งเดือนสิบห้าวัน ปรับ ๖๐๐ บาท กับจำคุกจำเลยที่ ๒ และ ๓ คนละ ๑ เดือน ปรับคนละ ๕๐๐ บาท
จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์ไม่เห็นพ้องด้วยข้อที่สาลชั้นต้นพิพากสาบรับจำเลยโดยแยกปรับเปนรายตัวนั้น จึงพิพากสาแก้ไห้ปรับจำเลยตาม พ.ร.บ. ศุลกากร ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ซึ่งแก้ไขไหม่ ( ฉบับที่ ๙ ) พ.ส. ๒๔๘๒ มาตรา ๖ คือไห้ปรับจำเลย ๓ คน รวมกันเปนเงิน ๔๕๗ บาท ๕ สตางค์ และไห้ปรับจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๒๑,๓๘,๓๙ อีกกะทงหนึ่ง ๕๐ บาท นอกนั้นพิพากสายืน
โจทดีกาว่า โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตาม พ.ร.บ. ๒ ฉบับ และพ.ร.บ. ควบคุมการขนส่ง ฯ วางโทสจำคุกไว้หนักกว่า พ.ร.บ. ศุลกากร แม้โทสปรับไน พ.ร.บ. ศุลกากรจะสูงกว่าก็ตาม ก็ต้องถือตาม พ.ร.บ. ควบคุมการขนส่ง ฯ เปนบทที่หนักกว่า จึงหาได้บัญญัติการปรับจำเลยรวมกันดัง พ.ร.บ. สุลกากรมาตรา ๒๗ ไม่ สาลดีกาเห็นว่าไนการที่จะวินิฉัยว่าบทไดเปนบทที่มีอาญาหนักตามกดหมายอาญามาตรา ๗๐ นั้น ต้องถือโทสจำคุก เพราะโทสจำคุกเปนโทสที่ร้ายแรงกว่าโทสปรับ ดังจะเห็นได้ตามมาตรา ๑๒ กดหมายอาญา จึงพิพากสาแก้ไห้ลงโทสจำเลยคือปรับจำเลยทั้ง ๓ คนละ ๒๐๐ บาท ตามพ.ร.บ. การขนส่งฯ พ.ล. ๒๔๓๒ มาตรา ๙ และปรับจำเลยที่ ๑ ตาม พ.ร.บ.สุลกากร ๒๔๖๙ มาตรา ๒๑,๓๘ และ๙๙ อีก ๕๐ บาท นอกนั้นพิพากสายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2486
อัยการปัตตานี โจทก์
นายมะ ปินดอเลาะที่ 1 กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการปัตตานี · จำเลย - นายมะ ปินดอเลาะที่ 1 กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญ โปษยานนท์ · คง อิสรภักดี · เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสกล + · ศาลอุทธรณ์ - นายโกย โปสยนันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา