คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนโดยเจตนาจะช่วยบุคคลอื่น ถือว่าผู้ถูกแจ้งความเท็จเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งความเท็จ และมีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษผู้แจ้งความเท็จได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไปแจ้งความต่อตำรวจหาว่า ก.หมิ่นประมาท ชั้นสอบสวนจำเลยให้การเป็นพยานต่อนายตำรวจด้วยข้อความเท็จโดยเจตนาจะช่วย ก.กรณีเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายในฐานความผิดฐานแจ้งความเท็จมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ไปแจ้งความต่อสถานีตำรวจสามเสนว่านางเพ็กเอ็ง หมิ่นประมาทโจทก์ ในชั้นสอบสวนจำเลยได้ให้การเป็นพยานต่อ ร.ต.ต.อรุณเป็นใจความว่า นางเพ็กเอ็ง เพียงแต่ถามจำเลยว่าโจทก์จะแบ่งค่าจ้างให้จำเลยจริงหรือไม่ นายเพ็งเอ็งไม่ได้พูดว่าโจทก์จะแบ่งเงินให้จำเลย ซึ่งเพ็กเอ็งไม่ได้พูดว่าโจทก์จะแบ่งเงินให้จำเลย ซึ่งเป็นความเท็จ อาจทำให้โจทก์และสาธารณชนเสียหาย โดยจำเลยมีเจตนาช่วยเหลือนางเพ็กเอ็งให้พ้นอาญา ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๗๐,๑๑๘,๑๕๔
ศาลชั้นต้นสั่งว่า "ฟ้องของโจทก์อ่านเข้าใจ เป็นการเคลือบคลุมและโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายในฐานความผิดที่ฟ้องกล่าว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องของโจทก์เสีย "
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์พออ่านได้ใจความว่าโจทก์ฟ้องกล่าวโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ และเห็นว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องได้ จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไปตามกระบวนความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2499
หลวงธำรงราชนิติ โจทก์
นายชัยทวัช เภกะนันท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงธำรงราชนิติ · จำเลย - นายชัยทวัช เภกะนันท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ · ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม เลขยานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา